พรรคการเมืองส่วนใหญ่เด้งรับท่าทีศาลรัฐธรรมนูญ เร่งเครื่องแก้รัฐธรรมนูญเปิดทางตั้ง สสร. ขณะที่ภูมิใจไทยสวนกระแส ชี้เป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย ย้ำต้องยึดกรอบเดิม หวั่นฝ่าฝืนคำสั่งศาล
การหารือร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ณะกรรมาธิการการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลายเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ เนื่องจากในการหารือดังกล่าวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเห็นว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ไม่ได้เป็นประเด็นที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ข้อจำกัดอยู่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
ในเรื่องนี้ทำให้ฝ่ายการเมืองเด้งรับพอสมควร โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้มีการหยั่งเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างทั่วถึง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และไม่ใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ มองว่าในสัปดาห์หน้ายังมีกฎหมายอีกหลายร่างที่สามารถเสนอต่อสภาได้
“ขณะนี้ยืนยันได้ว่า การหารือระหว่างคณะกรรมาธิการกับประธานศาลได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเราไม่มีใครฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น หากทุกพรรคร่วมมือกัน ก็จะทำให้ทุกร่างสามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ก่อนปิดสมัยประชุม” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งเดิมเกือบครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อเกิดประเด็นดังกล่าวขึ้น ทำให้กระบวนการชะงักไป คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสภาได้ภายในสัปดาห์หน้า
ด้านนายกฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหารพรรคและฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้บริหารพรรคจะนัดกันหารือในวันที่ 23 มิ.ย. เพื่อแก้ไขร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน หากได้ข้อยุติเร็ว ก็จะบรรจุร่างแก้ไขเข้าไปทันตามที่วิป 3 ฝ่ายประเมินว่าจะประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ในวันที่ 7 และ 8 ก.ค.
ขณะที่ นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรค ระบุว่า การหารือดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางดำเนินการ ไม่ใช่คำวินิจฉัย มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ 2560 และตามบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ คือ คำวินิจฉัยที่ 18/2568 ที่ระบุว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม คาดว่าคณะกรรมการกฏหมายพรรคภูมิใจไทย จะมีการนัดประชุมครั้งแรกในวันที่ 23 มิ.ย.นี้

