ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตา พ.ร.ก.กู้เงิน 9 ก.ค.นี้ หลังยุติการไต่สวน สวนทางกระทรวงการคลังที่เดินหน้าอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ชวนคนใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัส ให้หมดก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังพึ่งพามาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐเพื่อประคองกำลังซื้อของประชาชน อีกด้านหนึ่งกลับมีความเคลื่อนไหวสำคัญทางกฎหมายที่อาจส่งผลต่อทิศทางการบริหารประเทศในระยะยาว เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเตรียมนัดวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 9.00 น.
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
โดยศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันที่ 9 ก.ค. 69 เวลา 09.00 น. ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคสอง กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง
ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ว่า ประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย โดย ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 38,917 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนที่ 1 เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 16,490 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 16,186 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) 304 ล้านบาท และส่วนที่ 2 เงินที่รัฐร่วมจ่าย 22,427 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 22,040 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายผ่าน Food Delivery Platform 387 ล้านบาท ทั้งนี้ มีร้านค้าที่พร้อมรองรับการใช้สิทธิทั้งหมด 1,163,823 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่าน Food Delivery Platform 100,961 ราย
นายวินิจ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท ของเดือนมิถุนายนแล้ว 7.59 ล้านราย หรือคิดเป็น 29.15% ของผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด จึงขอเชิญชวนผู้ที่ยังมีสิทธิคงเหลือใช้จ่ายให้ครบวงเงิน 1,000 บาท ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เนื่องจากวงเงินคงเหลือจะไม่สามารถทบไปรวมกับวงเงินใหม่ในเดือนถัดไปได้

