ลพบุรี - สำนักงานประมงจังหวัดลพบุรีสนธิกำลังหลายหน่วยงาน เดินหน้าป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมายในช่วง "ฤดูน้ำแดง" เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน ตรวจยึดข่ายลอยและแหสวรรค์หลายรายการ พร้อมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืน ย้ำโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท
นายสง่า คำพันธ์ ประมงจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า สำนักงานประมงจังหวัดลพบุรี ร่วมกับหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี ดำเนินมาตรการป้องปรามและควบคุมการทำประมงผิดกฎหมายในช่วง "ฤดูน้ำแดง" ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2569 เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณคลองตัน–คลองไลย์ แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี ในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่ พร้อมตรวจยึด รื้อถอน และทำลายเครื่องมือประมงที่กฎหมายห้ามใช้ในช่วงฤดูน้ำแดง ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดข่ายลอยผิดกฎหมายได้จำนวน 7 ผืน และแหสวรรค์ จำนวน 4 ปาก พร้อมว่ากล่าวตักเตือนผู้ใช้ยอขันช่อทำการประมงในช่วงฤดูสัตว์น้ำมีไข่ จำนวน 4 จุด และดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมาย 1 คดี
นายสง่า กล่าวว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามประกาศกรมประมง เรื่องกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน รวมถึงกำหนดเครื่องมือ วิธีการ และเงื่อนไขการทำประมง เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำได้ขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในระยะยาว
สำหรับเครื่องมือที่ยังสามารถใช้ทำการประมงได้ในช่วงฤดูน้ำแดง ได้แก่ เบ็ดทั่วไปทุกชนิด (ยกเว้นเบ็ดราว เบ็ดนรก และเบ็ดกระชาก) ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และชนางที่มีขนาดปากไม่เกิน 2 เมตร รวมถึงสุ่ม ฉมวก ส้อม ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน และแหที่มีความลึกไม่เกิน 3 เมตร
ประมงจังหวัดลพบุรียังขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายและร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบการใช้เครื่องมือประมงต้องห้ามหรือการทำประมงผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000–50,000 บาท หรือปรับเป็นจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการกระทำผิด แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
ทั้งนี้ "ฤดูน้ำแดง" เป็นช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลองเพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ตะกอนดินและธาตุอาหารถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้สัตว์น้ำจืดเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรประมงของประเทศ

