"อ.ปานเทพ" พร้อมทีมงานบ้านพระอาทิตย์ เสร็จสิ้นภารกิจในฐานะที่ปรึกษาและผู้ไกล่เกลี่ยคดีของ "ทราย สมุทร" หลังคดีแพ่งข้อหาเนรคุณถูกถอนฟ้อง พร้อมส่งต่อบทบาทให้สภาครอบครัวภิรมย์ภักดี ส่วนทีมงานจะทุ่มกำลังเดินหน้าคดีสำคัญอื่น ทั้งคดีแตงโม ทวงคืนพลังงาน คดี “พี่อ้อย” คดีชาวเลราไวย์ และสนับสนุนกองทัพ
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และคณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" แจ้งว่า ภารกิจที่ได้รับมอบอำนาจให้เป็นที่ปรึกษา ผู้เจรจา ไกล่เกลี่ย และประนีประนอมในคดีแพ่งของ "ทราย สมุทร" ได้เสร็จสิ้นลงเป็นที่เรียบร้อย หลังจากคดีที่ถูกฟ้องในข้อหาเนรคุณถูกถอนฟ้องสำเร็จตามเป้าหมาย
นายปานเทพระบุว่า ในวันเดียวกัน ตนพร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ "ทนายปุย" ทีมงานสำนักงานกฎหมายเบญจมา อภัยวงศ์ และคณะ ได้เดินทางไปเป็นเพื่อนคุณทรายเพื่อแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ พร้อมแจ้งให้คุณทรายรับทราบว่า ภารกิจที่ตน ทนายปุย และนายคมสัน โพธิ์คง ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในคดีดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ทั้งนี้ หลังจากนี้ บทบาทในการประสานงานเพื่อแสวงหาความยุติธรรมให้กับคุณทราย จะเป็นหน้าที่ของสภาครอบครัวภิรมย์ภักดี ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการสร้างความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และผลักดันให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมภายในครอบครัวต่อไป
นายปานเทพเปิดเผยว่า เมื่อภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้น ทีมงานจึงยุติบทบาทในเรื่องนี้ เพื่อรวบรวมกำลังและทรัพยากรไปดำเนินงานในประเด็นสำคัญอื่นที่รออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อมูลและบทวิเคราะห์คดีการเสียชีวิตของ "แตงโม" ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงสรุปสำนวน การดำเนินคดีอุทธรณ์ให้กับ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ "พี่อ้อย" การผลักดันทวงคืนราคาพลังงานที่เป็นธรรม การสนับสนุนกองทัพ รวมถึงการช่วยเหลือคดีอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดของชาวเลราไวย์
นายปานเทพยังเปิดเผยว่า ได้แจ้งให้คุณทรายรับทราบถึงการยุติบทบาทดังกล่าวแล้ว ซึ่งคุณทรายเข้าใจและกล่าวขอบคุณทีมงานหลายครั้ง พร้อมระบุว่ารู้สึกยินดีที่ได้เห็นรอยยิ้มของคุณทรายในวันนี้
ตอนท้าย นายปานเทพกล่าวขอบคุณทีมงานสำนักงานกฎหมายเบญจมา อภัยวงศ์ ทีมงานสำนักงานกฎหมายอรุณอมรินทร์ นำโดยทนายอัจฉรา แสงขาว ทีมงานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รวมถึงผู้ร่วมงานทุกฝ่ายที่ร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยความทุ่มเท พร้อมขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่ให้กำลังใจและติดตามการทำงานของคณะมาโดยตลอด จนสามารถบรรลุภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ.
รายละเอียดข้อความในเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
เสร็จสิ้นภารกิจที่ได้รับมอบอำนาจมาแล้ว
วันนี้ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ทนายอัจฉรา แสงขาว (ทนายปุย) และทีมงานสำนักงานกฎหมายเบญจมา อภัยวงศ์ มาเป็นเพื่อนคุณทราย สมุทร เพื่อแจ้งความสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ
พวกเราจึงได้แจ้งกับคุณทรายว่า ภารกิจที่ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ทนายปุย และ อ.คมสัน โพธิ์คง ที่ได้รับมอบอำนาจมาเป็นที่ปรึกษา ผู้เจรจา ไกล่เกลี่ย ประนีประนอมในคดีความแพ่งที่คุณทรายถูกฟ้องในข้อหาเนรคุณนั้น คุณทรายได้ถูกถอนฟ้อง ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยครบถ้วนตามขอบเขตที่ได้รับมอบอำนาจมาแล้วนะครับ
หลังจากนี้จะเป็นหน้าที่และบทบาทของสภาครอบครัวภิรมย์ภักดีจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการนำความยุติธรรมมาให้คุณทราย สมุทร ซึ่งหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้มีการ พูดคุย ทำความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน เพื่อจะนำไปสู่การแสวงหาความยุติธรรมในสภาครอบครัวที่เหมาะสมให้กับคุณทราย สมุทร โดยเร็วต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าภารกิจเรื่องคดีคุณทรายเสร็จสิ้นแล้วตามเป้าหมายที่ได้รับมอบอำนาจมา พวกเราจึงต้องยุติบทบาทในเรื่องนี้เพื่อรวบรวมสรรพกำลังและสติปัญญาไปในเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญและรอพวกเราอยู่ต่อไป เช่น การส่งข้อมูลและการวิเคราะห์คดีแตงโมให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษในโค้งสุดท้ายเพื่อสรุปคดี คดีการอุทธรณ์ให้กับพี่อ้อย การทวงคืนราคาพลังงานที่เป็นธรรม การสนับสนุนกองทัพ การช่วยเหลือการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดคดีชาวเลราไวย์ ฯลฯ
ทั้งนี้พวกเราได้แจ้งคุณทรายให้ทราบแล้ว คุณทรายเข้าใจพวกเราอย่างดี และได้ขอบคุณพวกเราหลายครั้ง และ พวกเราก็ดีใจอีกครั้งที่เห็นรอยยิ้มคุณทรายในวันนี้เช่นกัน
สิ่งที่สำคัญที่สุด ขอขอบคุณ ทีมงานสำนักงานกฎหมายเบญจมา อภัยวงศ์ ทีมงานสำนักงานกฎหมายอรุณอมรินทร์ นำโดย ทนายอัจฉรา แสงขาว (ทนายปุย) และทีมงานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน คุณเอกราช นามโภคิน ที่ได้ร่วมงานกันอยากให้เกียรติ และเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลม นับเป็นบุญวาสนาที่ได้มาร่วมงานกันอย่างมีความสุข จริงๆครับ
สุดท้ายนี้ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนและพี่น้องสื่อมวลชน ที่คอยให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอดจนมาถึงวันนี้
ด้วยจิตคารวะ
อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน
14 กรกฎาคม 2569

