ภูมิใจไทยเขี่ยทิ้ง 'ดร.วิน' ปฏิเสธเอี่ยวคดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น อนุทินลั่นไม่ปกป้องคนผิดแม้เป็นคนของพรรค สั่งสอบสวนเต็มที่ไม่มีละเว้น
คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดินมาถึงอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าควบคุมตัว นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ อัศวิน โชติพนัง หรือ “ดร.วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาเกี่ยวกับ อั้งยี่และซ่องโจร ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของคดี เพราะดร.วินถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้ต้องหารายสำคัญ หลังจากเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลจากผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน โดยภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมที่สำนักงานย่านปากเกร็ด ก่อนเตรียมนำตัวฝากขังต่อศาลอาญาพร้อมกับ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต หรือ “จ่าพิชิต” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจมากกว่าคดีทุจริตทั่วไป คือความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาบางรายกับแวดวงการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่ “ดร.วิน” เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานใกล้ชิดฝ่ายบริหาร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กำชับว่าเวลาจะแต่งตั้งบุคคลใดต้องคัดกรองให้เต็มที่ และกรณีนี้จะดำเนินการโดยไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเป็นคนของพรรคภูมิใจไทยก็ตาม
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ตอบแทนบุญคุณใคร ทุกคนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ เพราะฉะนั้นเจ้าบุญคุณในอดีต ก็ถือว่ากองไว้ตรงนั้น ไม่ต้องเอามาเป็นบุญคุณ ถือซะว่าผมเป็นคนตั้ง ไม่ต้องเอามาเป็นบุญคุณตรงนี้ รัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งใคร ด้วยความเกรงใจ เป็นหนี้บุญคุณ ก้าวหน้าจนมาเป็นถึงรัฐมนตรีแล้ว แล้วมาตั้งทีมคณะทำงานที่ 20-30 คน บ้าแล้ว” นายอนุทิน กล่าว
ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า ดร.วิน เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะทำงานมาก่อนเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2568 อย่างไรก็ตาม การประเมินผู้ที่มาเป็นคณะทำงาน ก็จะต้องมีความรัดกุมมากขึ้น และยืนยันว่ากับกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น สามารถสอบสวนได้อย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักกัน จากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ จะไม่มีการแทรกแซง และขอความสบายใจว่าจะไม่มีการแทรกแซงอย่างแน่นอน

