เอเจนซีส์ – ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศส่งออกเทคโนโลยีที่ใช้ 2 ด้านทั้งทหารและพลเรือนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มอสโกต้องการสำหรับสร้างอาวุธเพื่อสงคราม
เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันอังคาร(14 ก.ค)ว่า โตเกียวออกมายอมรับถึงความจำเป็นที่เพิ่มมากขึ้นในการต่อต้านการจารกรรมลับหลังแดนอาทิตย์อุทัยกลายเป็นสวรรค์ของนักช้อปสายลับรัสเซียเพื่อต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีตะวันตกชั้นสูงกลับประเทศตามหลังการเปิดเผยของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สที่ออกมาตีแผ่นวันอาทิตย์(12)
โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น มิโนรุ คิฮาระแถลงวันจันทร์(13)ว่า "พวกเรายอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมทางความมั่นคงอย่างรวดเร็วที่มีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อต่อต้านความเคลื่อนไหวจารกรรมลับต่างชาติเป็นต้นว่า การรวบรวมข้อมูลสำคัญที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงญี่ปุ่น”
อย่างไรก็ตามเขาปฎิเสธที่จะตอบคำถามโดยตรงจากการเปิดเผยของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส คิฮาระแถลงกับนักข่าวยืนยันว่า โตเกียวต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยความเข้มงวดมากขึ้น
ทั้งนี้เดลีเทเลกราฟของอังกฤษรายงานในวันจันทร์(13)ว่า ตามการเปิดเผยของสื่อสหรัฐฯมีสายลับรัสเซียหลายสิบคนที่ถูกแบนจากเมืองหลวงต่างๆของโลกตะวันตกหลังสงครามยูเครนได้หันมาที่ “ญี่ปุ่น” แทน อ้างอิงจากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง
การส่งออกไปรัสเซียนี้โดนจำกัดดังนั้นเครือข่ายการจัดซื้อใช้บริษัทตัวกลางและประเทศที่ 3 เช่น เวียดนาม อุซเบกิสถาน และศรีลังกา เป็นช่องทางในการส่งชิ้นส่วนเทคโนโลยีตะวันตกที่ใช้ได้ 2 ด้านทั้งการทหารและพลเรือนส่งกลับไปกรุงมอสโก
เนื่องมาจากหน่วยข่าวกรองญี่ปุ่นอ่อนแอและอุตสาหกรรมไฮเทคด้านการป้องกันประเทศกลายเป็นเครื่องจักรกลสงครามในการสู้รบรัสเซีย อ้างอิงจากทั้งอดีตเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ปัจจุบันจากสำนักงานหน่วยข่าวกรองตะวันตก 5 แห่งเปิดเผยกับนิวยอร์กไทม์ส
อ้างอิงจากรัฐบาลยูเครนพบว่า 90% ของมิสไซล์รัสเซียและโดรนมีชิ้นส่วนประกอบญี่ปุ่นซึ่งใช้ในการโจมตีเมืองต่างๆของยูเครนและกำลังทหาร
หน่วยข่าวกรองทหารแผนกที่ 20 (the 20th Directorate) ของกองทัพรัสเซียรับผิดชอบหน้าที่ปฎิบัติการที่กรุงโตเกียว
สายลับรัสเซียปลอมเป็นนักธุรกิจหรือไม่ก็นักการทูตพยายามที่จะได้ข้อตกลงหรือขโมยเทคโนโลยีเพื่อลักลอบเอากลับไปรัสเซีย
ขณะที่เจแปนไทม์สรายงานในเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกองทหารรัสเซีย GRU ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นในชื่อ ฟิลเชนคอฟ ( Filchenkov) เดินทางมาที่กรุงโตเกียว
โดยมีการกล่าวขานจากข่าวกรองตะวันตกว่า ฟิลเชนคอฟมีความเชี่ยวชาญด้านหาชิ้นส่วนสำคัญในต่างแดนเพื่อส่งกลับเข้ารัสเซีย
ซึ่งสายลับกองทัพรัสเซียมักใช้บริษัทสายการบินแอโรฟลอตเป็นบังหน้าโดยอ้างว่าทำงานให้กับสายการบินนี้มาตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียตเพื่อตามหาเทคโนโลยีโลกตะวันตก
นักข่าวนิวยอร์กไทม์สเข้าติดต่อสำนักงานแอโรฟลอตที่เชื่อว่าฟิลเชนโกทำงานอยู่แต่เขาไม่ยอมพบ
โปรโคแอร์ (Proco Air) ตามการเปิดเผยพบว่า เป็นสายการบินที่ถูกใช้เป็นโลจิสติกเพื่อบินไปประเทศเช่น อุซเบกิสถาน หรือศรีลังกา ที่แอโรฟลอตเปิดการบินก่อนที่สายการบินรัสเซียจะรับช่วงต่อและบินกลับไปรัสเซีย
โดยแอโรฟลอตยังคงมีสำนักงานในญี่ปุ่นแต่ไม่มีปฎิบัติการบิน
เมื่อมกราคมต้นปี ตำรวจโตเกียวประกาศการค้นพบเจ้าหน้าที่ข่าวกรองลับรัสเซียที่อ้างตัวเป็นนักธุรกิจยูเครนและพยายามที่จะขโมยข้อมูลการค้าจากเจ้าหน้าที่บริษัทญี่ปุ่น

