xs
xsm
sm
md
lg

“นพ.สุภัทร” ชี้ “นพ.สรณ” ขาดคุณสมบัตินั่งตำแหน่ง ‘ประธาน กสทช.’ หลังพ้นจากมหาวิทยาลัยมหิดล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“นพ.สุภัทร” ชี้ “นพ.สรณ” ขาดคุณสมบัตินั่งตำแหน่ง ‘ประธาน กสทช.’ หลังพ้นจากมหาวิทยาลัยมหิดล แต่ยังทำงานแพทย์รายชั่วโมงได้รับค่าตอบแทน -เป็นกรรมการอิสระ ธ.กรุงเทพ หวัง “วิทัย” ช่วยผดุงความยุติธรรมและทำให้ความจริงปรากฏ

เวลา 13.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เตรียมยื่นหลักฐานและหนังสือฉบับที่ 3 ถึงคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.) หลังตนเอง ได้ติดตามสถานะของนายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.มาโดยตลอด เพื่อนำหลักฐานที่ได้มาอย่างยากลำบาก เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี และธนาคารกรุงเทพ

นายแพทย์สุภัทร ยังชี้แจงประเด็นสำคัญของหลักฐานว่า ตามข้อเท็จจริงนั้น นายแพทย์สรณ จะต้องลาออกจากตำแหน่งอื่นใดทั้งหมด เพื่อมารับตำแหน่ง ประธาน กสทช. ตั้งแต่ 11 มกราคม 2565 ซึ่งนายแพทย์สรณ ได้ลาออกจากพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 จริง แต่หลังจากนั้น นายแพทย์สรณ ยังได้กลับไปทำงานเป็นแพทย์รายชั่วโมงของคลินิกพรีเมียมพิเศษของโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลนิยามลูกจ้างชั่วคราว ยังหมายรวมถึงลูกจ้างรายชั่วโมงด้วย ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช.

นายแพทย์สุภัทร ยังระบุว่า นายแพทย์สรณ ยังได้สมัครเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งได้มีการเลือกกันเมื่อ 12 เมษายนที่ผ่านมา และในการชี้ชวนลงคะแนน นายแพทย์สรณ ก็ระบุว่า ตนเองเป็นประธาน กสทช. ทั้งที่ความเป็นจริง ไม่ควรไปสมัครเข้าสรรหา และได้รับการแต่งตั้งในวันรุ่งขึ้น นายแพทย์สรณ ก็ไม่ได้แจ้งการลาออกการเป็นกรรมการอิสระ แต่แจ้งธนาคารกรุงเทพ ขอชะลอการรับตำแหน่งกรรมการอิสระ เพื่อสอบถามกฤษฎีกาว่า สามารถรับตำแหน่งได้หรือไม่ และแจ้งต่อที่ประชุมบอร์ด กสทช.ว่า ขอหารือคณะกรรรมการกฤษฎีกาก่อน

นอกจากนี้ นายแพทย์สุภัทร เห็นว่า นายแพทย์สรณ มีเจตนาไม่ลาออก ทั้งจากตำแหน่งกรรมการอิสระธนาคารกรุงเทพ และยังมีเจตนาปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์ ไม่ว่าเหตุใดก็ตาม แต่ผิดตาม พ.ร.บ.กสทช.ที่ต้องการให้ลาออกทุกตำแหน่ง เพื่อความเป็นกลาง ความถูกต้อง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการทำหน้าที่ ซึ่งตนจะยื่นหลักฐานให้คณะกรรมการสรรหาในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.)

ส่วนที่นายแพทย์สรณฯ ลาออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดลนั้น นายแพทย์สุภัทร ยืนยันว่า นายแพท์สรณ ลาออกมหาวิทยาลัยจริง แต่การเป็นแพทย์รายชั่วโมง ตามระเบียบมหาวิทยาลัยมหิดล ลูกจ้างชั่วคราว หมายรวมถึงลูกจ้างรายชั่วโมง และยังได้รับเงินจากมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย จึงถือว่า ไม่ใช่งานจิตอาสา และเงินที่รับยังปรากฏในรายการเสียภาษีด้วย

นายแพทย์สุภัทร ยังระบุว่า ในการชี้ขาดของคณะกรรมการสรรหา กสทช.นั้น จะต้องเป็นการลงมติแบบเปิดเผย ซึ่งก็เป็นที่คาดหวังของสังคมแต่หลักฐานที่ออกมา ตนมั่นใจว่า นายแพทย์สรณ ขาดคุณสมบัติ ซึ่งหากคณะกรรมการสรรหา เห็นว่า นายแพทย์สรณ ยังคงมีคุณสมบัติตนก็จะเปิดเผยรายละเอียดหลักฐานให้สังคมได้ร่วมกันตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่าพรุ่งนี้กรรมการสรรหาจะประชุมกระแสข่าวตอนนี้มุ่งไปที่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เป็นเสียงชี้ขาดให้ยึดหลักบนความถูกต้องชอบธรรม ตรงนี้มองว่าอย่างไรบ้าง นายแพทย์สุภัทร กล่าวว่า จริงๆเราคาดหวังทุกเสียงของกรรมการสรรหา ซึ่งกรรมการสรรหามีทั้งหมด 7 คน และเหลือ 5 คน ที่มีสิทธิ์ลงมติเนื่องจากอีก 2 คน เกษียณไปแล้ว แต่แน่นอนว่านายวิทัย ก็ทราบเรื่องของธนาคารกรุงเทพจำกัดมหาชนเป็นอย่างดีกับเรื่องของการแต่งตั้งกรรมการอิสระ รวมถึงก็มีภาพลักษณ์ที่สำคัญยิ่งเพราะว่าคุณพ่อของท่านก็เป็นประธานศาลฎีกาซึ่งเป็นที่เคารพของผู้คนจึงมีความคาดหวังจากสังคมว่านายวิทัยจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยผดุงความยุติธรรมทำให้ความจริงปรากฏ และทำให้สาธารณะชนได้รับคำตอบที่เป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย