“คมนาคม”ทุ่มงบปี 70 กว่า 2.9 หมื่นล้านบาท ลุย 57 โครงการใหม่ ปรับปรุงถนน , ขสมก.เช่ารถ EV 800 คัน บขส.ปรับปรุงสถานีขนส่งหมอชิต 2 ศึกษารถไฟสายใหม่ตามแผน รถไฟสายใหม่ ช่วงกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้านใต้ ลาดกระบัง – สมุทรสาคร ตามแผน MR10 และสาย นครสวรรค์ - นครปฐม - สมุทรสาคร (MR1)
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้วางแผนขับเคลื่อนนโยบายคมนาคม “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570” โดยจะเร่งผลักดันโครงการสำคัญให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมกำหนดกรอบการทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมพลังงานสะอาด และวางรากฐานด้านคมนาคมสำหรับอนาคต โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 มิติ ได้แก่ ทางถนน ทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อร่วมกันออกแบบระบบคมนาคมที่ไร้รอยต่อ สะดวก ปลอดภัย รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
ได้กำหนดแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญในปี 2570 รวม 262 โครงการ วงเงินลงทุน 229,769 ล้านบาท พร้อมวางทิศทางการพัฒนาต่อเนื่องในช่วงปี 2571 - 2573 อีก 51 โครงการ วงเงินประมาณ 593,409 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การปรับโครงสร้างการเดินทางและการขนส่งของประเทศให้มี “ระบบรางเป็นแกนหลัก” เชื่อมต่อกับถนน รถโดยสาร ท่าเรือ และสนามบินอย่างสมบูรณ์ พร้อมกระจายการพัฒนาไปยังเมืองหลัก เมืองรอง พื้นที่เศรษฐกิจ ชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวในทุกภูมิภาค
สำหรับปี 2570 มีโครงการใหม่ที่เริ่มต้นดำเนินการ จำนวน 57 โครงการ วงเงินลงทุนเฉพาะปี 2570 จำนวน 29,143 ล้านบาท (มูลค่าทั้งโครงการ = 548,725 ล้านบาท) ประกอบด้วยโครงการทางถนน จำนวน 10 โครงการ เฉพาะปี 70 วงเงิน 766 ล้านบาท ได้แก่ ยกระดับโครงข่ายสายหลักสู่ภาคใต้ ช่วง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ - อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ,การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยง จ.สงขลา - จ.สตูล ,การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera) ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา ,การแก้ปัญหาจราจร จ.สมุทรปราการ ,การแก้ปัญหาจราจร จ.เชียงใหม่, การแก้ปัญหาจราจร จ.ชลบุรี,ถนนสาย ค2 ผังเมืองรวมเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
ทางบก จำนวน 18 โครงการ เฉพาะปี 70 วงเงิน 25,529 ล้านบาท ได้แก่ การพัฒนาศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ให้เป็นศูนย์ควบคุมอัจฉริยะด้านการขนส่งทางบก, การพัฒนาศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ให้เป็นศูนย์ควบคุมอัจฉริยะด้านการขนส่งทางบก ,การการศึกษาเพื่อประเมินและจัดท าคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร,การน าร่องติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์,มาตรการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต พลัส” ,การพัฒนาระบบ GPS ให้มีระบบแจ้งเตือนผู้ขับรถ,การเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด EV จ านวน 800 คัน (ขสมก.),การปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสาร (จตุจักร) และสถานีเดินรถรังสิต (ขบส.) ,การยกระดับ Checking Point สู่สถานีถาวร ดึงเอกชนร่วมลงทุน (ขบ.) เป็นต้น
ทางราง รวม 7 โครงการ เฉพาะปี 70 วงเงิน 14 ล้านบาท ได้แก่ การบริหารกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม การติดตั้ง AED บนขบวนรถและบริเวณสถานีรถไฟ ,การศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ต่อเนื่อง,ทางรถไฟสายใหม่ ช่วงกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้านใต้ ลาดกระบัง - สมุทรสาคร (MR10) (ศึกษาความเหมาะสม),ทางรถไฟสายใหม่ ช่วงกรุงเทพฯ และปริมณฑลด้านตะวันตก สมุทรสาคร - ปากท่อ (MR10) (ศึกษาความเหมาะสม,ทางรถไฟสายใหม่ เส้นทางสาย นครสวรรค์ - นครปฐม - สมุทรสาคร (MR1) (ศึกษาความเหมาะสม)
ทางน้ำ รวม 9 โครงการ เฉพาะปี 70 วงเงิน 852 ล้านบาท ได้แก่ การยกระดับการควบคุมและกำกับความปลอดภัยของเรือโดยสาร (Port Control) เพื่อจัดระเบียบการใช้ทะเลและลำน้ำในพื้นที่ท่องเที่ยว อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ,การพัฒนาและปรับปรุงบำรุงรักษาระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) คลองแสนแสบ คลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม,การสำรวจออกแบบรายละเอียดในการขุดลอกและบำรุงรักษาแม่น้ำท่าจีน จ.ชัยนาท จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร,การขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำเศรษฐกิจ ปี 2569 จำนวน 6 ร่องน้ำ,การก่อสร้างท่าเรือบ้านหาดทรายยาว ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล จ.สตูล ,การส่งเสริม Cruise ท่าเรือกรุงเทพ
ทางอากาศ รวม 13โครงการ เฉพาะปี 70 วงเงิน 1,982 ล้านบาท ได้แก่ ระบบไล่นกอัตโนมัติ (Automated Bird Control) ณ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และท่าอากาศยานพิษณุโลก ,การปรับปรุงโรงแรมไฮแอทรีเจนซี กรุงเทพ สุวรรณภูมิแอร์พอร์ต (รทส.) ,การจัดรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าบริการเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ท่าอากาศยานดอนเมือง,การจัดรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าบริการนอกเขตลานจอดอากาศยานภายในท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ สาย B E F H,จัดซื้อเครื่องตรวจอาวุธแบบ 3 มิติ ขนาดช่องอุโมงค์ตรวจสัมภาระ 60x40 ซม. (ท่าอากาศยานขอนแก่น/สุราษฎร์ธานี/อุดรธานี) ,การก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกการบินหัวหิน และสิ่งก่อสร้างประกอบพร้อมครุภัณฑ์ สถาบันการบินพลเรือน (ระยะที่ 2 ต่อเนื่อง),การก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสาร ท่าอากาศยานกระบี่,การติดตั้งระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Automated Biometric Identification System) ณ ท่าอากาศยานกระบี่/อุดรธานี เป็นต้น

