เปิดเบื้องหลังสุดเซอร์ไพรส์ คำสั่งย้ายของ 'เสรีพิศุทธ์' ในอดีต พลิกชะตาผู้การแต้ม สร้างคอนเนกชั่นลับกับ 'โสภณ ซารัมย์' สู่เก้าอี้ที่ปรึกษาประธานรัฐสภาในวันนี้
ข่าวนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เซ็นแต่งตั้งผู้การแต้ม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เป็นข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นับเป็นเซอร์ไพรส์ สร้างความฮือฮามากพอสมควร
เป็นยังไง มายังไง ผู้การแต้ม หรือรองแต้ม อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถึงถูกคนในระบอบสีน้ำเงิน ดึงไปช่วยงาน เหตุผลใดกัน นายโสภณ ซารัมย์ ถึงมองเห็นความสำคัญของอดีตมือปราบผู้นี้
ปัจจุบัน ผู้การแต้ม มีบทบาทแค่เป็นเจ้าของรายการทีวี และยังทำหน้าที่ผู้สันทัดกรณี รับเชิญออกทีวี ยามมีคดีอาชญากรรม ให้ต้องคิด วิเคราะห์ แยกแยะ
ก็ต้องยอมรับว่าผู้การแต้ม ทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีมาตรฐานและคุณภาพ เขานำเสนอมุมมองของผู้มีประสบการณ์โชกโชนด้านปราบโจรผู้ร้าย อย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบี้ยว ไม่มีวาระซ่อนเร้น
คำตอบที่ว่า โสภณ ซารัมย์ - วิชัย สังข์ประไพ มาทำงานร่วมกันได้อย่างไร ต้องบอกว่า มันเกิดจากอุบัติเหตุในการทำงาน ในช่วงชีวิตหนึ่งของผู้การแต้ม
ขณะที่เขาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เมื่อปี 2550 ได้ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ขณะนั้น สั่งย้ายในระนาบเดียวกัน
จากรองผู้การนครบาล 2 โดนเตะไปภูธร ไปเป็นรองผู้การจังหวัดบุรีรัมย์
โดยสาเหตุที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สั่งย้าย พ.ต.อ.วิชัย ยศขณะนั้น เพราะพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กำลังทำสงครามกวาดล้างบ่อนใหญ่ย่านประตูน้ำ
แล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่ารองแต้ม รู้จักมักจี่กับเฮียปอ เจ๊หมวย และตี๋พจน์ ซึ่งเป็นวงในของบ่อนประตูน้ำ จนเกิดความไม่ไว้วางใจ จึงสั่งเด้งไปให้พ้นๆ จากนครบาล
หารู้ไม่ การโดนเด้งให้ไปทำงานที่บุรีรัมย์ในวันนั้น แม้เพียงข่วงเวลาสั้นๆ แค่ 1 ปีเศษ กลับกลายมาเป็นจุดพลิกชีวิตในวันนี้ของผู้การแต้ม
เพราะครั้งนั้น ผู้การแต้มได้ไปรู้จักกับนายโสภณ ซารัมย์ นักการเมืองคนดังบุรีรัมย์ จนสนิทสนมกัน โดยที่สังคมภายนอก แทบไม่มีใครล่วงรู้ความลับอันนี้ของคนทั้งสอง
รองแต้มอยู่บุรีรัมย์แค่เวลาสั้นๆ ก็ย้ายกลับมาอยู่นครบาลตามเดิม จนตัดสินใจลาออกจากราชการในปี 2555 ขณะเป็นรองผบช.น.
แล้วพอปี 2556 ก็กลายเป็นข้าราชการการเมืองอย่างไม่รอช้า ในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกทม. ยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร จนถึงปี 2559
ซึ่งช่วงนั้น ผู้การแต้มก็มีบทบาทเด่น ช่วยจัดระเบียบทางเท้าและแผงลอย ในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ เช่น คลองถม, สะพานเหล็ก, โบ๊เบ๊ และปากคลองตลาด โดยเขาใช้ประสบการณ์ตำรวจที่โชกโชนในวงการนักเลง เข้าไปเจรจากับกลุ่มอิทธิพลจนงานสำเร็จ
ปี 2562 ก็เล่นการเมืองระดับชาติ ลงสมัคร ส.ส. กทม. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ แต่สอบตก
แต่กระนั้น ก็ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น โดยทำหน้าที่ช่วยเหลืองานแก้ไขปัญหาราคาสินค้า พืชผลทางการเกษตร
ในการเลือกตั้งปี 2566 พล.ต.ต.วิชัย เตรียมจะลงสมัคร ส.ส. กทม. อีกครั้งกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เปลี่ยนใจกลางคัน ประกาศวางมือทางการเมือง
จากนั้น ผันตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในสายงานตำรวจและอาขญากรรม ซึ่งได้รับความนิยมจากจุดยืนวิพากษ์แบบตรงไปตรงมา
แล้วคอนเนกชั่นลับระหว่างผู้การแต้มกับนายโสภณ ซารัมย์ ที่แทบไม่มีใครรู้ ก็เผยโฉมออกมาในปีนี้ เบื้องหน้าเหมือนผู้การแต้มเป็นสีฟ้าทั้งใจ แต่เบื้องหลัง เขามีสีน้ำเงินอยู่ด้วย
กลายเป็นว่าที่เคยโดนเตะกระเด็นกระดอน ไปเป็นตำรวจบ้านนอกแถวๆ บุรีรัมย์ เสร็จงานก็มานั่งเลขกับโสภณ ซารัมย์ นักการเมือง ที่ไม่คิดจะมาเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติในวันนี้ กลายเป็นของดีของผู้การแต้มไปเลย
ได้กลับสู่งานการเมือง กับรัฐบาลภูมิใจไทย แบบส้มหล่น งานนี้อาจต้องขอบคุณ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ส่งเสริมผู้การแต้มแบบไม่ตั้งใจ

