เอเอฟพี - รัสเซียยิงขีปนาวุธกว่า 40 ลูกถล่มเคียฟเมื่อคืนวันเสาร์ (18 ก.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 16 คน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นยูเครนส่งโดรนโจมตีคลังสินค้าอี-คอมเมิร์ซขนาดใหญ่ 2 แห่งในแคว้นมอสโกและตัมบอฟ ทำให้พนักงานเสียชีวิต 8 คน
การโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุดของรัสเซียตอกย้ำความท้าทายสำคัญสองด้านที่ยูเครนเผชิญอยู่ขณะนี้ คือการโจมตีที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน และความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศภายหลังการปลดรัฐมนตรีกลาโหมสายฟ้าแลบ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ โพสต์บน X ว่า เมื่อคืนวันเสาร์ รัสเซียโจมตีเคียฟด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวหลากหลายประเภทรวมกว่า 40 ลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 16 คน ซึ่งตำรวจระบุว่า เป้าหมายการโจมตีอยู่ใน 6 เขต
วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีเคียฟ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายคนเผยว่า อาคารอพาร์ตเมนต์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานบันเทิงแห่งหนึ่งได้รับความเสียหาย
ทางด้านรัสเซียรระบุว่า เป้าหมายการโจมตีคือที่ตั้งทางทหารและฮับลอจิสติกส์ในเคียฟ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือที่กองทัพยูเครนใช้ในเมืองโอเดสซาชายฝั่งทะเลดำ
เซเลนสกี้สำทับว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธทิ้งตัวคือสิ่งที่ยูเครนต้องการมากที่สุดในขณะนี้
นับจากอเมริกาและอิสราเอลเปิดสงครามกับอิหร่านเมื่อปลายเดือนก.พ. ยูเครนเผชิญปัญหาขาดแคลนกระสุนสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต ซึ่งเป็นของอเมริกา และจำเป็นสำหรับใช้ต่อต้านขีปนาวุธทิ้งตัว
รัสเซียฉวยโอกาสนี้ระดมโจมตีทางอากาศต่อเคียฟด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวราวสัปดาห์ละครั้งตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยูริ อิกนัต หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของกองทัพอากาศยูเครน โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า ช่วง 35 วันที่ผ่านมา เคียฟถูกโจมตีครั้งใหญ่มาแล้ว 4 ครั้ง ด้วยขีปนาวุธจำนวนพอๆ กัน
อย่างไรก็ตาม แม้สงครามยังคงรุนแรง แต่ชาวยูเครนนับพันยังชุมนุมกันตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันเสาร์ เพื่อประท้วงการปลดรัฐมนตรีกลาโหม มิไคโล เฟโดรอฟ ระหว่างการปรับคณะรัฐมนตรีที่สร้างความประหลาดใจอย่างมาก ท่ามกลางสัญญาณว่า ยูเครนสามารถควบคุมสถานการณ์ในสนามรบได้ดีขึ้น จึงกระตุ้นให้ประชาชนออกมาประท้วงแบบที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เซเลนสกี้จัดประชุมเป็นเวลา 2 วันกับผู้บัญชาการทหารระดับสูง จุดชนวนการคาดเดาว่า ผู้นำยูเครนกำลังมองหาคนที่จะมาแทนที่โอเลคซานดร์ ซีร์สกี้ ผู้บัญชาการกองทัพ ที่มีปัญหาขัดแย้งกับเฟโดรอฟมาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 เดือนที่เฟโดรอฟรับตำแหน่งและพยายามผลักดันการปรับปรุงกองทัพสู่ยุคดิจิทัล
ขณะเดียวกัน ยูเครนส่งโดรนเข้าไปโจมตีในแคว้นคูสก์ของรัสเซียที่อยู่ติดกับพรมแดน รวมทั้งท่าเรือส่งออกน้ำมันของแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม ใกล้เมืองท่าโนโวรอสซีคสก์ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญของคาซัคสถานที่มีเชฟรอนและเชลล์ร่วมถือหุ้น ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่บรรทุกน้ำมันดิบของคาซัคสถานได้รับความเสียหาย และการสูบถ่ายน้ำมันหยุดชะงัก
เมื่อวันเสาร์ โดรนของยูเครนยังทำลายคลังสินค้าอี-คอมเมิร์ซขนาดใหญ่ 2 แห่งในแคว้นมอสโกและตัมบอฟ ทำให้พนักงานเสียชีวิต 8 คน และไฟไหม้รุนแรง
ช่วงหลายเดือนมานี้ เคียฟระดมโจมตีเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนรัสเซีย โดยปฏิบัติการดังกล่าวที่ยูเครนเรียกว่า “การแซงก์ชันระยะไกล” เพื่อแก้แค้นการโจมตีทางอากาศของรัสเซียตลอดช่วงเวลากว่า 4 ปีนั้น พุ่งเป้าที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซียเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดวิกฤตเชื้อเพลิงอย่างรุนแรงในหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก
จากข้อมูลของสหประชาชาติ เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่พลเรือนในยูเครนเสียชีวิตมากที่สุดนับจากเดือนเมษายน 2022 ด้วยตัวเลขอย่างน้อย 293 คน
สำหรับการเจรจาเพื่อยุติสงครามนองเลือดที่สุดในยุโรปนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นอยู่ในภาวะชะงักมานาน ขณะที่การสู้รบในทุกแนวหน้าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

