สี จิ้นผิงลั่น AI ไม่ควรถูกประเทศใดประเทศหนึ่งครอบงำ เรียกร้องนานาชาติร่วมกันพัฒนาและกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ในอีกด้าน สตาร์ทอัพตัวแรงแดนมังกร Moonshot AI เปิดตัวโมเดล Kimi K3 ที่ทำให้ซิลิคอนแวลลีย์ปั่นป่วน และการแข่งขันด้าน AI ดุเดือดเลือดพล่านขึ้น
การหาวิธีควบคุมอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังบูมคือประเด็นสำคัญ ขณะที่ทั่วโลกกังวลว่า อาจมีการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ทางการทหาร หรือเหล่าแฮกเกอร์และผู้ก่อการร้ายนำ AI ไปใช้แพร่หลายมากขึ้น
สีกล่าวเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) เมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) ว่า การพัฒนา AI ไม่ควรเป็นการโซโลของชาติเดียว แต่ควรเป็นซิมโฟนีที่นานาชาติร่วมบรรเลง และทั่วโลกควรร่วมกันต่อต้านการขยายแนวคิดด้านความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับ AI เกินขอบเขต หรือการให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศหนึ่งมากกว่าประเทศอื่นๆ
ประมุขจีนเสริมว่า ควรมีการกำหนดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ การติดตามตรวจสอบเทคโนโลยี การเตือนภัยล่วงหน้า และระบบรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้มั่นใจว่า AI อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ตลอดเวลา
สีสำทับว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า จีนจะมอบโอกาสการฝึกอบรมและการสัมมนาด้าน AI ให้แก่บุคลากร 5,000 คนในประเทศกำลังพัฒนา
นอกจากนี้ปักกิ่งยังมีแผนขยายความร่วมมือกับสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) สันนิบาตอาหรับ สหภาพแอฟริกา ประชาคมละตินอเมริกาและแคริบเบียน องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ และกลุ่มบริกส์
ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสฯ (16 ก.ค.) 29 ประเทศที่รวมถึงปากีสถาน รัสเซีย และอินโดนีเซีย ได้ร่วมลงนามกับจีนเพื่อจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก (WAICO) ซึ่งสื่อของจีนระบุว่า เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และมีเป้าหมายในการส่งเสริมการกำกับดูแล การหารือและการร่วมมือระหว่างสมาชิก เพื่อให้แน่ใจว่า การพัฒนา AI จะเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นระบบ
ในงาน WAIC นอกจากมีผู้นำจากชาติต่างๆ ที่รวมถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ของไทย แอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติแล้ว ยังมีบริษัทกว่า 1,100 แห่งเข้าร่วมด้วย
นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีบางคนเชื่อว่า จีนไม่ได้เป็นแค่ผู้ไล่ตามอเมริกาอีกต่อไป แต่กำลังเลื่อนสถานะเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม AI โดยแผนพัฒนาระยะ 5 ปีของจีนจนถึงปี 2030 มุ่งเน้นความสำคัญของความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งรวมถึง AI
ข้อมูลจากทางการจีนระบุว่า ปริมาณการใช้โทเคนรายวัน ซึ่งเป็นหน่วยที่อุตสาหกรรมใช้ในการวัดการใช้งาน AI เพิ่มขึ้นพันเท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยที่ตลาด AI จีนในปี 2025 มีมูลค่า 177,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่า จะขยายตัวกว่า 30% ในปีนี้
โมเดลเรือธงน้องใหม่เมดอินไชน่า
ที่ผ่านมา อเมริกาและยุโรปจำกัดการนำเข้าเทคโนโลยีจีน วอชิงตันยังเป็นแกนนำปิดกั้นจีนไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของโลกบางส่วน โดยอ้างความมั่นคงของชาติ กดดันให้จีนต้องทุ่มเทความพยายามเพื่อสร้างโนว์ฮาวของตัวเอง อีกทั้งยังกระตุ้นให้การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสองชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกร้อนแรงขึ้น
วันศุกร์ Moonshot AI สตาร์ทอัพในปักกิ่ง เผยโฉม Kimi K3 โดยระบุว่า เป็นคู่แข่งของระบบที่ดีที่สุดบางระบบจาก OpenAI และ Anthropic แต่ราคาถูกกว่า และบริษัทมีแผนเปิดเผยค่าน้ำหนักของโมเดลในวันที่ 27 ก.ค. เพื่อให้นักพัฒนาดาวน์โหลด ปรับแต่ง และนำโมเดลไปต่อยอดพัฒนา
Moonshot AI แถลงว่า Kimi K3 ยังตามหลัง Claude Fable 5 ของ Anthropic และ GPT 5.6 Sol ของ OpenAI ในแง่ประสิทธิภาพโดยรวม แต่มีความสามารถเหนือกว่า Claude Opus 4.8 และ GPT 5.5 ซึ่งเป็นโมเดลที่มีประสิทธิภาพรองจากรุ่นที่ดีที่สุดเพียงเล็กน้อย ในการทดสอบมาตรฐานหลายประเภทที่รวมถึงการเขียนโค้ด
Kimi K3 เป็นโมเดล AI แบบ open-weight (เปิดเผยค่าน้ำหนัก) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการเปิดตัวจนถึงขณะนี้ โดยมีพารามิเตอร์ ซึ่งเป็นค่าตัวเลขภายในที่ช่วยให้โมเดล AI เรียนรู้และสร้างคำตอบ 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์
โมเดล AI นี้สามารถประมวลผลข้อมูลนับร้อยหน้าด้วยพรอมต์เดียว จึงเหมาะสำหรับการวิเคราะห์เอกสารที่มีความยาวและชุดคำสั่งขนาดใหญ่
ผลการทดสอบมาตรฐานเบื้องต้นชี้ว่า Kimi K3 มีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้านการเขียนโค้ด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการประยุกต์ใช้ AI ที่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงที่สุด โดย Arena.ai ซึ่งจัดอันดับโมเดล AI จากการประเมินแบบปกปิดข้อมูลต้นทาง จัดให้ Kimi K3 อยู่เหนือกว่า Claude Fable 5 บนตารางอันดับ Frontend Code Arena
จุดแข็งข้อที่สองคือราคา โดยการเข้าถึง Kimi K3 ผ่าน API มีค่าใช้จ่าย 3 ดอลลาร์ต่ออินพุตโทเคน 1 ล้านโทเคน และ 15 ดอลลาร์ต่อเอาต์พุทโทเคน 1 ล้านโทเคน ขณะที่ GPT 5.6 Sol มีค่าบริการ 5 ดอลลาร์และ 30 ดอลลาร์ตามลำดับ ส่วน Claude Fable 5 มีค่าบริการราว 10 ดอลลาร์และ 50 ดอลลาร์ตามลำดับ เท่ากับว่า Kimi K3 เป็นหนึ่งในโมเดล AI ระดับแนวหน้าที่มีราคาถูกที่สุดในตลาด
บิสเนส อินไซเดอร์ชี้ว่า เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ซิลิคอน แวลลีย์จับจ้อง Kimi K3 อาจเป็นนัยของโมเดลนี้ต่อการแข่งขันในสนาม AI โดยรวม
ทั้งนี้ เนื่องจากขณะที่ OpenAI และ Anthropic เก็บโมเดลเรือธงของตนไว้เป็นระบบปิดเป็นส่วนใหญ่ ทว่า ห้องปฏิบัติการ AI ของจีนที่รวมถึง DeepSeek และ Moonshot AI กลับปล่อยโมเดลแบบ open-weight ออกมามากขึ้น เพื่อให้นักพัฒนาสามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และนำโมเดลไปใช้งานด้วยตนเองได้
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้โมเดลของจีนได้รับการตอบรับที่ดีในหมู่นักพัฒนา และบีบให้บริษัทอเมริกันต้องพยายามอธิบายให้ลูกค้าเชื่อว่า เหตุใดระบบแบบปิดของตัวเองจึงสมควรคิดค่าบริการแพงกว่า
เดวิด แซคส์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน X ว่า ความสามารถของ Kimi K3 เป็นสิ่งที่น่ากังวล และเตือนว่า อเมริกาเสี่ยงล้าหลังจีน ถ้าตั้งกฎคุม AI เคร่งครัดเกินไป
ทั้งนี้ Moonshot AI ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 และเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโมเดล AI ชั้นนำของจีน บลูมเบิร์กรายงานว่า สตาร์ทอัพแห่งนี้เพิ่งระดมทุนได้กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพ.ค. โดยมีมูลค่ากิจการกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์
ผู้สนับสนุนของ Moonshot AI รวมถึงบิ๊กเทคจีนอย่างอาลีบาบา ผู้พัฒนาโมเดล Qwen และเท็นเซนต์

