xs
xsm
sm
md
lg

ใครเป็นใคร 4 บิ๊กเทคจีนอนุทินนำทีมเจรจา ขานรับลงทุนไทย สานฝันฮับอุตฯอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายกฯ อนุทิน นำทีมเจรจา 4 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน ขานรับลงทุน EV-AIoT-Optical Transceiver ตามไปดูว่าใครเป็นใครในโปรเจ็กต์ยกระดับไทยสู่ฮับอุตสาหกรรมอนาคตรอบล่าสุด

***Xiaomi นำทีม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ โดยนำทีมหารือโดยตรงกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ เสียวหมี่ (Xiaomi), ฉางอัน (ChangAn Automobile), อินโนไลท์ (InnoLight Technology) และอีออปโตลิงก์ (Eoptolink Technology) เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย


การพบหารือเกิดขึ้นระหว่างคณะนายกฯ ที่เดินทางเยือนนครเฉิงตูและกรุงปักกิ่งรอบนี้ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ และคณะรัฐมนตรีที่สมทบ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ร่วมขับเคลื่อนทีมด้วย

นายนฤตม์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือรายบริษัทอย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D) ระดับภูมิภาค พร้อมยืนยันการสนับสนุนผ่านกลไก Thailand FastPass มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV การจัดหาพลังงานสะอาด การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และการผลักดัน FTA ไทย-อียู ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเปิดตลาดส่งออกที่กว้างขึ้น

ในส่วน Xiaomi วันนี้ดาวรุ่ง Xiaomi ขยายจากสมาร์ทโฟนสู่ EV และ AIoT เชื่อมมนุษย์-รถยนต์-บ้าน ปัจจุบัน Xiaomi Corporation เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก ส่วนแบ่งตลาดกว่า 13% และเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ AIoT


รายงานระบุว่า Xiaomi ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในรูปแบบ IBC (ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ) เพื่อให้ไทยเป็นฐานสนับสนุนธุรกิจในอาเซียน ซึ่งนายกฯ อนุทินเชิญชวนให้บริษัทขยายการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยอาศัยจุดแข็งของไทยในการเป็นฐานผลิตและ R&D บริษัทมีแผนลงทุนทั่วโลกเพิ่มกว่า 1 ล้านล้านบาทใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติ Human x Car x Home

ผลประกอบการล่าสุดของ Xiaomi ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่ามีรายรับรวม 99,100 ล้านหยวน (ประมาณ 495,000 ล้านบาท) โดยกลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟนยังคงเป็นรายได้หลัก ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า EV และระบบนิเวศอัจฉริยะ IoT

นอกจากธุรกิจสมาร์ทโฟนที่ขึ้นอันดับ 3 ของโลก กลุ่มธุรกิจ IoT และไลฟ์สไตล์ของ Xiaomi สามารถสร้างรายได้มากกว่า 20,000 ล้านหยวนในไตรมาสล่าสุด จากความต้องการแท็บเล็ตและอุปกรณ์สวมใส่ที่ขยายตัว


ในส่วนธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ต Xiaomi มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่สุดในบริษัทคือกว่า 70% โดยมีผู้ใช้งาน MAU กว่า 700 ล้านรายทั่วโลก สำหรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า EV ถือเป็นธุรกิจใหม่ Xiaomi ที่กำลังมาแรงและเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Xiaomi ได้รับยอดสั่งจองและยอดส่งมอบรถยนต์ EV ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

***ChangAn พร้อมลงทุนหมื่นล้านบาท ฐานผลิต EV นอกจีนแห่งแรก

ด้าน ChangAn Automobile ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 4 ของจีนและมีประวัติศาสตร์ 160 ปี ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน มูลค่าลงทุน 10,000 ล้านบาท ด้วยสายการผลิตเต็มรูปแบบสำหรับรถพวงมาลัยขวา ส่งออกไปอาเซียนและตลาดโลก ปัจจุบันผลิตได้ 1 แสนคันต่อปี และมีแผนขยายเป็น 2 แสนคันภายในปี 2573


นอกจากนี้ บริษัทจะตั้งสำนักงานภูมิภาค ศูนย์ R&D ยานยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ นายกฯ ได้ให้ความมั่นใจและเชิญชวนให้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน


สรุปผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Changan Automobile พบว่ารายได้รวมอยู่ที่ 32,706 ล้านหยวน (ประมาณ 1.55 แสนล้านบาท) ลดลง 4.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กำไรสุทธิราว 351 ล้านหยวน (ประมาณ 1.66 พันล้านบาท) ลดลง 74.09%

*** InnoLight ดาวรุ่ง AI

InnoLight Technology เป็นบริษัทอันดับ 1 โลกด้าน Optical Transceiver ได้ลงทุนในไทยแล้วกว่า 35,800 ล้านบาท ผ่านบริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) จังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา จ้างงานคนไทยกว่า 12,000 คน ในนั้นมีวิศวกรไทย 1,500 คน และมีแผนเพิ่มเป็น 20,000 คน พร้อมสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ที่สระบุรี บริษัทป้อนสินค้าให้ Google, NVIDIA, META และ Amazon

InnoLight นั้นมีชื่อจดทะเบียนเต็มคือ Zhongji Innolight เป็นผู้ผลิตและพัฒนาโมดูลออปติคอลอย่าง Optical Transceiver ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับใช้ในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI, ศูนย์ข้อมูลคลาวด์ (Cloud Data Centers) และเครือข่ายไร้สาย


รายได้ของ Zhongji Innolight เติบโตอย่างก้าวกระโดด ผลประกอบการและรายได้ล่าสุดไตรมาส 1 ปี 2026 โดยทะยานขึ้นสู่ 19,500 ล้านหยวน (เพิ่มขึ้นถึง 192.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน) และทำกำไรสุทธิได้ 5,730 ล้านหยวน สรุปปี 2025 บริษัททำรายได้รวม 38,240 ล้านหยวน เติบโต 60.3% ต่อปี มีกำไรสุทธิ 10,800 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นกว่า 108%

***Eoptolink เสริมแกร่ง AI Data Center

Eoptolink Technology นั้นเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ วิจัย และผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสง Optical Transceivers ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI Computing และ Cloud Data Center ทั่วโลก โดย Eoptolink Technology สามารถครองอันดับ 2 โลกได้หลังจากก่อตั้งในปี 2551 ที่เฉิงตู และได้เลือกไทยเป็นฐานผลิตแห่งแรกนอกจีน มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท โรงงานที่ชลบุรีและระยอง จ้างงานคนไทยกว่า 9,000 คน และมีแผนขยายกำลังการผลิตต่อเนื่องเพื่อรองรับ AI และ Cloud Data Center ทั่วโลก

ธุรกิจหลักของ Eoptolink คือการผลิตโมดูลรับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง เช่น 100G, 400G, 800G ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรับส่งข้อมูลขนาดมหาศาลสำหรับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ Amazon บริษัทมีสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตหลักตั้งอยู่ที่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน และเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามความต้องการของตลาด AI


ข้อมูลรายได้และกำไรสุทธิจาก Eoptolink Reuters Financials ระบุว่าบริษัทมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดชัดเจน โดยรายได้รวมปีการเงิน 2025 คือ 24,841.85 ล้านหยวน กำไร 9,531.92 ล้านหยวน อัตราเติบโตรายได้ 187.29% เทียบกับปี 2024 ที่ทำรายได้ 8,646.83 ล้านหยวน กำไร 2,837.81 ล้านหยวน อัตราเติบโต 179.14% และปี 2023 ที่ทำรายได้ 3,097.60 ล้านหยวน กำไร 688.36 ล้านหยวน หดตัว -6.43%

***ไทยเนื้อหอม?


ข้อมูลล่าสุดระบุว่าบริษัทจีนเหล่านี้ชื่นชอบซัปพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์และโฟโตนิกส์ที่แข็งแกร่งของไทย รวมถึงบุคลากรคุณภาพและวัฒนธรรมที่ใกล้เคียง ซึ่งนายกฯ ได้เชิญชวนให้จดทะเบียนใน SET เพื่อต่อยอดการลงทุน

ที่สุดแล้ว นายนฤตม์ ย้ำว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ใช่แค่ฐานผลิต แต่จะนำ R&D และการพัฒนาบุคลากรไทยเข้ามาด้วย การที่นายกรัฐมนตรีพบหารือด้วยตัวเอง จึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ คณะยังได้ศึกษาดูงานเทคโนโลยีที่ Huawei Beijing Executive Briefing Center และ CP Wisdom Museum ที่กรุงปักกิ่ง เพื่อรับรู้แนวโน้มนวัตกรรมระดับโลก ก่อนที่จะพบปะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนในวันถัดไป

บทสรุปมูฟเมนต์ 4 บิ๊กเทคจีนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม EV, AIoT และเทคโนโลยีสื่อสารความเร็วสูง สร้างงานคุณภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างที่ฝันกัน.