กรมราง เปิดเวทีถกโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบ "โซนนิ่ง"วางโมเดล 12 สถานีราคาเดียว พร้อมเดินหน้า โอน”สีเขียว-สีทอง”ให้รฟม. เจรจากทม.เปลี่ยนคู่สัญญากับบีทีเอส คุมค่าตั๋ว 17-45 บาท กรุงไทย พร้อมติดตั้ง EMV เปิดช่องทางเฉพาะ เริ่มปีใหม่ 70 พร้อมกันทุกสาย
วันที่ 20 ก.ค. 69 นายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นประธานจัดประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น เพื่อวางแนวทางกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารในอนาคต ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการและสอดคล้องกับนโยบายลดภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการเดินทางของประชาชนอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
นายอธิภู กล่าวว่า ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมโดยคณะกรรมการนโยบายราง ได้ประกาศยกเลิกการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า ทำให้ผู้โดยสารจ่ายค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ก่อนคิดค่าโดยสารตามระยะทาง ซึ่งเป็นการเริ่มมาตรการระยะแรกของนโยบายค่าโดยสารร่วมที่กำหนดเพดานค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว หากเดินทางภายในโซนเดียวกันจะเสียค่าโดยสารอัตราเดียว ส่วนผู้ที่เดินทางข้ามโซนจะจ่ายเพิ่มตามระยะ เพื่อให้โครงสร้างค่าโดยสารสะท้อนรูปแบบการเดินทางของประชาชนมากขึ้น
ผลการสำรวจเบื้องต้น พฤติกรรม ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า เดินทางเปลี่ยนสาย ประมาณ 54% เดินทางเปลี่ยนสายมากกว่า1 ครั้ง 36.9% ที่เหลือเดินทางเปลี่ยนสายมากกว่า 2 ครั้ง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย โดยมีค่าเฉลี่ยเดินทางอยู่ที่ 12 สถานีต่อเที่ยว
ขณะที่ ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังศึกษาแนวคิดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถยนต์ที่เข้าสู่พื้นที่จราจรหนาแน่น หรือ Congestion Charging ที่จะมีแนวคิดนำรายได้มาสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทาง เพื่อลดภาระค่าเดินทาง เพื่อดำเนินการควบคู่กัน
โดยหลังจากการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งช่วงปลายปี2569 จากนั้นจะ สรุปผลการศึกษาภายในเดือนมกราคม 2570 เพื่อนำเสนอคณะกรรมการนโยบายระบบรางพิจารณา และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อผลักดันเป็นนโยบายในระยะต่อไป
สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่ อัตราค่าโดยสารร่วมจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ มาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ราคา 40 บาท สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง จะยังคงดำเนินการต่อไป เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และไม่เกิดช่องว่างระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากมาตรการเดิมไปสู่โครงสร้างค่าโดยสารรูปแบบใหม่
ทั้งนี้ กรมรางยังได้นำเสนอ 8 มาตรการส่งเสริมการเดินทางระบบราง เพื่อสนับสนุน การเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง (Modal Shift) จากรถยนต์ส่วนบุคคลสู่ระบบขนส่งมวลชนทางราง อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการให้สิทธิประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาบัตรโดยสารรายเดือน และระบบสมาชิก บัตรโดยสารสำหรับนักเรียนและนักศึกษา การสร้างความร่วมมือกับนายจ้างและองค์กร ขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายแลกสิทธิประโยชน์ด้านค่าโดยสาร เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง
@สายสีเขียวสัมปทาน เร่ง ติดตั้งระบบEMV เชื่อมระบบหลังบ้าน
ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวถึงความคืบหน้า เกี่ยวกับมาตรการค่าโดยสาร 17 - 45 บาทต่อเที่ยวว่า ขณะที่จะเร่งรัดโอนสายสีเขียวและสายสีทอง จากกรุงเทพมหานคร (กทม.) มาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแล ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะมีการเสนอ ครม. อีกครั้งหนึ่งเพื่อเร่งรัดกระบวนการ ซึ่งในส่วนของสายสีเขียว ต่อขยาย ก่อนหน้านี้เคยเป็นของรฟม. จากนั้นโอนให้กทม. ซึ่งการโอนกลับมารฟม.ก็ไม่ยากเพราะภาระหนี้เป็นการบันทึกในเชิงบัญชีสามารถทำได้ทันที
ส่วนสายสีเขียวสายหลัก ที่เป็นสัญญาสัมปทาน ยังไม่สามารถโอนได้ทันทีเนื่องจากต้องรอให้สัญญาหมดอายุในปี 2572 ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ทั้งหมดกลับมาเป็นของรัฐ ดังนั้นในการดำเนินมาตรการ ค่าโดยสาร 17-45 บาท ให้ได้ในปีใหม่ 2570 จะเป็นการเจรจาเพื่อเปลี่ยนคู่สัญญาจาก กทม. มาเป็น รฟม. แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะใช้ ระบบบัตร EMV เข้าไปรองรับการเดินทางสายสีเขียวส่วนสัมปทาน ในรูปแบบโปรโมชั่นลดค่าครองชีพ โดยการติดตั้ง ระบบ Mobile EMV บริเวณช่องทางพิเศษ (Swing Gate) เพื่อรองรับผู้ใช้บัตร EMV ไปพลางก่อน เพื่อเป็นทางเลือกของผู้โดยสาร โดยค่าโดยสารร่วมนี้ จะสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ถือสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบบจะมีการตรวจสอบและยืนยันตัวตน (Verify) ผ่านฐานข้อมูล
สำหรับผู้ถือบัตร แรบบิท ก็ยังสามารถเดินทางได้ตามโปรโมชั่นที่มีต่อไป แต่เชื่อว่าประชาชนสามารถปรับตัวได้ และเลือกใช้บัตรโดยสารที่มีค่าเดินทางประหยัดกว่า เช่นเดียวกับผู้โดยสารสายสีแดงและสีม่วงที่มียอดผู้ใช้บัตร EMV เติบโตขึ้นกว่า 100% ดังนั้น ยังมั่นใจว่า ปีใหม่ 2570 รถไฟฟ้าทุกสายจะใช้อัตราค่าโดยสารร่วม 17-45 บาทได้ โดยในช่วงไม่เกินสัปดาห์หน้า คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ จะมีการประชุมเพื่อเร่งรัด ระบบ EMV ที่มีธนาคารกรุงไทย จะเป็นเคลียริ่ง (Clearing) และจะพยายามพัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมบัตรแรบบิท กับ EMV ได้ เพื่อความสะดวกในอนาคต
“กรณีสายสีเขียวส่วนสัมปทาน เชื่อว่า บีทีเอสไม่น่ามีปัญหา เพราะ ไม่กระทบต่อรายได้ กรณีเก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท เพราะบีทีเอส ยังคงเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิม โดยรัฐจะเข้าไปชดเชยคืนให้ประชาชนเอง”

