xs
xsm
sm
md
lg

ขับเคลื่อนด้วยเสียงบ่่น 'คลัง' ผ่อนกติกาบัตรคนจน 'คนมีรถเก่า-นักศึกษายากจน' ไม่ถูกตัดสิทธิ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เสียงบ่นได้ผล คลังยอมผ่อนเกณฑ์บัตรคนจนครั้งใหญ่ เปิดทางให้คนมีรถเก่าอายุเกิน 20 ปี และนักศึกษายากจน ได้รับสิทธิคืน หลังประชาชนยื่นอุทธรณ์กว่า 3.4 ล้านราย ย้ำเป้าหมายช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตัวจริง

หลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนมีประชาชนยื่นอุทธรณ์แล้วกว่า 3.4 ล้านราย ในที่สุดรัฐบาลก็ขยับปรับเกณฑ์ครั้งใหญ่ ยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในหลายประเด็นที่ถูกมองว่าไม่สะท้อนความเป็นจริงของผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกรณีรถยนต์เก่า รถโอนลอย ผู้ถูกสวมสิทธิ์ นักศึกษานอกระบบ และผู้มีชื่อเป็นกรรมการองค์กรเพื่อสังคม พร้อมยืนยันว่าเป้าหมายคือการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตัวจริง ไม่ใช่การเปิดช่องให้ผู้มีฐานะได้รับสิทธิ์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดผลกระทบจากข้อจำกัดของเกณฑ์เดิมและความคลาดเคลื่อนของฐานข้อมูล

นายวินิจ ระบุว่าคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงและผ่อนปรนเงื่อนไขโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดของเกณฑ์เดิมและความคลาดเคลื่อนของข้อมูล โดยกระบวนการทั้งหมดจะเน้นการดูแลผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง และเตรียมนำเสนอรายละเอียดทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันจันทร์ ที่ 27 ก.ค. เบื้องต้นการปรับปรุงเงื่อนไขหลักเกณฑ์สำคัญครอบคลุม 3 ด้าน ประกอบด้วย รถยนต์ , นักเรียน-นักศึกษา และการมีชื่ออยู่ในกรรมการบริษัท รวมถึงการขอทบทวนสิทธิ์ในกรณีบัญชีหลักทรัพย์

สำหรับการทบทวนเงื่อนไขเรื่องรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเดิมกำหนดเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ แต่จากการเปิดรับคำร้องอุทธรณ์พบว่า ประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาการโอนลอย รถสิ้นสภาพ หรือถูกสวมสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถทราบล่วงหน้าก่อนการพิจารณาได้ ที่ประชุมจึงมีมติให้คืนสิทธิ์เบื้องต้นให้ในกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเก่าในสภาพทรุดโทรมและมีมูลค่าต่ำจอดทิ้งไว้ที่บ้าน โดยต้องเป็นรถที่มีมูลค่าต่ำเท่านั้นถึงจะได้รับคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนรถจักรยานยนต์ถือกรรมสิทธิ์ได้ 2 คัน แต่มีข้อกำหนดว่าในจำนวนนี้ 1 คันจะต้องอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ระบุ ในส่วนของนักศึกษานอกระบบจำนวนราว 2.67 แสนคน ซึ่งอยู่ในการดูแลของ สกร. จะพิจารณาให้ยกเว้นและคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหากติดเงื่อนไขดังกล่าวเพียงเกณฑ์เดียว ส่วนเกณฑ์อื่นๆ ยังต้องถูกนำมาพิจารณาเพิ่มเติม เช่น รายได้ , ทรัพย์สินถือครอง คาดว่าจะมีผู้มีรายได้น้อย ได้รับสิทธิ์คืนในกลุ่มนี้ประมาณ 1 แสนคน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติยกเว้นและคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชุมชนและไม่ได้มุ่งแสวงหากำไร โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากกลุ่มนี้ประมาณ 15,000 ราย

สำหรับภาพรวมรายชื่อผู้ลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท จำนวน 122,324 ราย ในนิติบุคคล 139,804 นิติบุคคล โดยบางรายมีสถานะในนิติบุคคลมากกว่า 1 แห่ง และพบผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไปกว่า 10,000 คน และมีกรณีที่บุคคลรายเดียวมีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลมากถึง 126 แห่ง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตรวจสอบในรายละเอียดและส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผล หากพบข้อพิรุธหรือเข้าข่ายเป็นนอมินี

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่าจะเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าชี้แจงและให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 แห่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าบุคคลนั้นเข้าไปมีชื่อเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนได้อย่างไร และเตรียมประสานกรมการปกครองเพื่อวางหลักเกณฑ์และเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นข้อมูลหรือชี้แจงผ่านที่ว่าการอำเภอได้

ขณะที่กรณีบัญชีหลักทรัพย์ที่เปิดทิ้งไว้โดยไม่มีการซื้อขายหรือมีมูลค่าต่ำ ซึ่งอยู่ในความดูแลของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) และธนาคารแห่งประเทศไทย ทางกระทรวงการคลังพิจารณายกเว้นไม่นำมารวมเป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์เนื่องจากไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มียอดผู้ยื่นอุทธรณ์ทั่วประเทศจำนวนประมาณ 3.4 ล้านราย ซึ่ง 40% เป็นประเด็นปัญหาเรื่องรถยนต์ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังย้ำเตือนว่ามาตรการทั้งหมดมุ่งช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงโดยไม่ต้องลำบากเดินทางมาที่ส่วนกลาง ขณะที่ผู้ที่มีฐานะหรือมีทรัพย์สินมูลค่าสูงรวมถึงผู้ที่เพิ่งซื้อรถยนต์ใหม่จะไม่ได้รับสิทธิ์และจะถูกคัดออกตามระเบียบเดิมอย่างเคร่งครัด