ดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์ยังไม่จบง่ายๆ หลังคลิปปะทะคารมระหว่างสาวไทยกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้าถูกแชร์สนั่น จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโซเชียล ล่าสุดความไม่พอใจของชาวเน็ตไทยลามไปถึงเพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย แม้ผู้ดูแลเพจจะปิดช่องแสดงความคิดเห็นเพื่อลดกระแส แต่กลับเจอชาวเน็ตหันมาใช้ปุ่ม “โกรธ” ถล่มแทน สะท้อนความไม่พอใจที่ยังไม่มีทีท่าจะซาลง ขณะที่สถานทูตฯ ยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีท่าทีชี้แจงใดๆ จนถึงขณะนี้
จากกรณีที่หญิงชาวไทยรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ปะทะคารมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีบนขบวนรถไฟฟ้า โดยมีสาเหตุมาจากการที่กลุ่มนักท่องเที่ยวส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น เมื่อถูกถ่ายคลิปและตักเตือน กลับถูกอีกฝ่ายตอบโต้ด้วยความไม่พอใจและใช้ถ้อยคำหยาบคาย
นอกจากนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวยังหลุดวลีเชิงดูถูกว่า "ขอโทษที่เอาเงินมาเข้าประเทศ" และอ้างว่าในกลุ่มมีเยาวชนเพื่อขู่จะเรียกตำรวจ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไปเมื่อถึงสถานีถัดไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมออนไลน์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยส่วนใหญ่มองว่า การอ้างเรื่องนำเงินเข้ามาท่องเที่ยว ไม่สามารถนำมาใช้เป็นความชอบธรรมในการละเมิดกฎระเบียบและมารยาททางสังคมได้
ล่าสุด วันนี้ (24 ก.ค.) กระแสความไม่พอใจได้ลุกลามไปยังพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ของ "สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย" ส่งผลให้ผู้ดูแลเพจต้องใช้มาตรการรับมือด้วยการปิดและจำกัดพื้นที่การแสดงความคิดเห็นในบางโพสต์ เพื่อหวังลดความร้อนแรงของสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม การปิดกั้นช่องทางการสื่อสารไม่ได้ช่วยคลี่คลายปัญหา ทว่ากลับทำให้กลุ่มชาวเน็ตไทยเปลี่ยนวิธีการแสดงออก ด้วยการระดมกดปฏิกิริยา "โกรธ" อย่างล้นหลามบนหน้าเพจแทน เพื่อเป็นเครื่องมือเชิงสัญลักษณ์ในการระบายความไม่พอใจ และสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่การเพิกเฉย แต่เป็นการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยเกี่ยวกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้น โดยพบว่าเว็บไซต์และช่องทางการสื่อสารหลักของสถานทูตฯ ยังคงเดินหน้าเผยแพร่ข่าวสารและกิจกรรมประชาสัมพันธ์ตามปกติ ซึ่งคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีท่าทีรับมือกับกระแสสังคมในครั้งนี้อย่างไร

