EXCLUSIVE-Iran strikes on CIA facilities prompt questions about possible Russian role
By Jonathan Landay, Gram Slattery and Timour Azhari; REUTERS
23/07/2026
เกิดเหตุโดรนของอิหร่านโจมตีสถานที่ตั้งของซีไอเอหลายแห่งในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้พวกนักวิเคราะห์ด้านข่าวกรองสหรัฐฯต้องเร่งรีบสืบสวนสอบสวนว่า มอสโกได้ช่วยเหลือด้วยการจัดหาจัดส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกำหนดและระบุเป้าหมายโจมตีเหล่านี้ให้ แก่อิหร่าน ตลอดจนพวกเทคโนโลยีล้ำหน้าทางด้านโดรน ให้แก่เตหะรานหรือไม่ บุคคล 4 รายซึ่งคุ้นเคยกับข่าวกรองสหรัฐฯเปิดเผยเรื่องนี้แก่สำนักข่าวรอยเตอร์
ผู้คนเหล่านี้ ซึ่งพูดให้รอยเตอร์ฟังบนเงื่อนไขว่าขอให้สงวนนามเนื่องจากเป็นการพูดจากันในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ บอกว่าพวกเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯยังไม่ถึงกลับมีข้อสรุปอันหนักแน่นชัดเจนแล้ว เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ฝ่ายรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับการโจมตีสถานที่ตั้งต่างๆ ของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) ดังกล่าวนี้ แต่พวกเขาได้หยิบยกเรื่องที่การโจมตีของอิหร่านเหล่านี้มีประสิทธิภาพและดูเหมือนจะแม่นยำมาก ตลอดจนการที่แดนหมีขาวมีการให้ความสนับสนุนทางเทคนิคในวงกว้างแก่เตหะรานอยู่แล้ว มาชี้ว่าเป็นหลักฐานแสดงถึงความเป็นไปได้ของข้อระแวงสงสัยนี้
ก่อนหน้านี้ ทั้งรอยเตอร์และสื่ออื่นๆ ได้เสนอรายงานข่าว—รวมทั้งพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯก็แสดงความรับรู้รับทราบ— ว่ารัสเซียได้จัดหาพวกข้อมูลข่าวสารในการระบุและกำหนดเป้าหมายเข้าโจมตี ตลอดจนความสนับสนุนอย่างอื่นๆ สำหรับช่วยเหลืออิหร่านในการถล่มพวกเป้าหมายสหรัฐฯในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียโดยทั่วไป กระนั้นก็ตาม การที่ประชาคมข่าวกรองสหรัฐฯดำเนินการสอบสวนเรื่องความเป็นไปได้ที่ฝ่ายรัสเซียพัวพันกับการให้ความสนับสนุนการเข้าโจมตีพวกสถานที่ตั้งของซีไอเอ เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีการเปิดเผยกันมาก่อน
ทั้งนี้ มีสถานที่ตั้งของซีไอเออย่างน้อย 2 แห่งถูกโจมตีในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามรายงานข่าวของรอยเตอร์และสื่ออื่นๆ หนึ่งในสถานที่เหล่านี้คือ สถานีของซีไอเอในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุงริยาด ขณะที่อีกแห่งหนึ่งนั้นตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของอิรัก ในบรรดาแหล่งข่าวที่พูดคุยกับรอยเตอร์ มีอยู่บางรายบอกว่ายังมีสถานที่ตั้งของซีไอเอนอกเหนือจากนี้อีกซึ่งถูกโจมตี แต่พวกเขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ
บันทึกภายในของฝ่ายข่าวกรองระบุ รัสเซียช่วยอิหร่านเข้าโจมตีที่ตั้งซีไอเอ
เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคนี้ผู้หนึ่ง ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลเรื่องนี้ได้ เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า มีบันทึกภายในฉบับหนึ่งจากสำนักข่าวข่าวกรองของฝ่ายตะวันตกรายหนึ่ง ให้ข้อสรุปว่ารัสเซียน่าที่จะมีบทบาทในเรื่องการระบุและกำหนดเป้าหมายพวกสถานที่ตั้งซีไอเอในภูมิภาค ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ผู้นี้เล่าเกี่ยวกับบันทึกภายในฉบับนี้โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าได้ทราบมาจากสำนักข่าวกรองแห่งไหน
เจ้าหน้าที่ของฝ่ายตะวันตกในอ่าวเปอร์เซีย 2 ราย ผู้ซึ่งได้รับฟังการบรรยายสรุปว่าด้วยรายงานข่าวกรองต่างๆ ในเรื่องนี้ บอกว่า ในความคิดเห็นของพวกนักวิเคราะห์นั้น การโจมตีซึ่งเกิดขึ้นในเมืองหลวงซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวข้องกับโดรนชาเฮด (Shahed) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ผ่านการปรับปรุงยกระดับจากรัสเซียแล้วจำนวน 2 ลำ โดยที่อากาศยานไร้นักบิน 1 ใน 2 ลำนี้ ปฏิบัติการนำร่องด้วยการระเบิดเจาะทะลุผ่านส่วนที่เปราะบางของด้านนอกอาคารในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จนกระทั่งเกิดเป็นช่องขึ้นมา จากนั้นลำที่สองจึงบินผ่านช่องดังกล่าวและจุดระเบิดขึ้น แหล่งข่าวเหล่านี้บอก ทั้งนี้ไม่มีรายงานว่าเหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างไรหรือไม่
ขณะที่รัสเซียน่าจะให้ความช่วยเหลืออิหร่านมาอย่างยาวนานแล้ว เมื่อพิจารณาจากสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากของประเทศทั้งสอง แต่การชี้เป้าอย่างเจาะจงพวกสถานที่ตั้งของซีไอเอซึ่งต้องถือเป็นเรื่องอ่อนไหวนั้น ย่อมเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นว่ามอสโกกำลังพรักพร้อมที่จะกระทำอะไรเพิ่มมากขึ้นอีกในการก่อกวนการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในขณะที่วอชิงตันอยู่ในอาการดิ้นรนหนักเพื่อนำสงครามอิหร่านเข้าสู่จุดยุติ
ความกังวลเรื่องที่รัสเซียอาจจะกำลังจัดหาจัดส่งพวกข้อมูลการระบุชี้เป้าไปให้แก่อิหร่าน เพิ่มความเข้มข้นจริงจังยิ่งขึ้นอีกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากเกิดเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐฯแห่งหนึ่งในจอร์แดน โดยที่อิหร่านได้ถล่มค่ายทหารบกแห่งนั้นด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missile) หลายลูก ทำให้ทหาร 2 คนเสียชีวิต
เมื่อถูกผู้สื่อข่าวติดตามสอบถามขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางทำเนียบขาวได้แนะนำให้ติดต่อไปที่ซีไอเอ ขณะที่ซีไอเอก็ปฏิเสธไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น
เวลาเดียวกันทั้งสำนักงานการทูตของอิหร่านประจำสหประชาชาติ, กระทรวงกลาโหมรัสเซีย, และรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ต่างไม่ตอบอะไรเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามขอความเห็นไป
สถานที่ตั้งลับๆ
แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าฝ่ายตะวันตกในอ่าวเปอร์เซีย 2 ราย เปิดเผยว่า รัสเซียได้ช่วยเหลืออิหร่านปรับปรุงยกระดับสมรรถนะของโดรนชาเฮดของพวกเขาให้สามารถไปถึงเป้าหมายแห่งต่างๆ ที่จะทำการโจมตี และบอกด้วยว่า พวกนักวิเคราะห์สงสัยกันว่าอิหร่านก็ได้ใช้เวอร์ชั่นเหล่านี้เช่นกันในการปฏิบัติการโจมตีในกรุงริยาดครั้งนี้
แหล่งข่าวที่แยกต่างหากอีกรายหนึ่งระบุว่า รัสเซียนั้นกำลังช่วยเหลือเตหะรานในการปรับปรุงยกระดับความถูกต้องแม่นยำในการปฏิบัติการของโดรนชาเฮด รุ่น 136 ของพวกเขา ด้วยการจัดหาจัดส่งระบบนำทางผ่านดาวเทียม –เรียกชื่อว่าระบบ โคเมตา-เอ็ม (Kometa-M) --ซึ่งพวกผู้เชี่ยวชาญบอกว่าสามารถปฏิบัติการด้วยความถูกต้องแม่นยำเพิ่มขึ้นมากสุดกู่ แถมยังรบกวนสัญญาณการติดต่อต่อสื่อสารได้ยากขึ้นกว่ารุ่นที่ผลิตโดยอิหร่าน
สื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัล เป็นรายแรกซึ่งรายงานข่าวเอาไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมในเรื่องที่รัสเซียกำลังจัดหาจัดส่งระบบโคเมตา-เอ็ม ให้อิหร่าน แต่ในตอนนั้นทำเนียบเครมลินได้ปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว โดยเรียกว่าเป็น “ข่าวปลอม”
สำหรับพวกสถานที่ตั้งซีไอเอซึ่งอยู่ในต่างแดนนั้น มีกันอยู่หลายประเภท เป็นต้นว่า พวกสำนักงานแห่งหลักของหน่วยงานนี้ที่อยู่ในแต่ละประเทศ ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วจะตั้งอยู่ภายในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำชาตินั้นๆ และนิยมเรียกกันว่า “สถานี” (station) นอกจากนั้นแล้ว ซีไอเอยังมีที่ตั้งอื่นๆ ในรูปของสำนักงาน, เซฟเฮาส์, ศูนย์ด้านลอจิสติกส์, สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการสอดแนม หรือการปฏิบัติการด้านอื่นๆ
ตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่เหล่านี้จะถูกปิดเป็นความลับอย่างเข้มงวด
แหล่งข่าวเหล่านี้ไม่เปิดเผยว่ามีสถานที่ตั้งของซีไอเอจำนวนเท่าใดแน่ที่ถูกโดรนอิหร่านโจมตี แหล่งข่าวรายหนึ่งให้ตัวเลขแบบกว้างๆ ว่า “มากกว่าหนึ่งแห่ง แต่ไม่ถึงโหล (12) นึง” ส่วนแหล่งข่าวรายที่สองบอกเพียงว่า มีสถานที่ตั้งหลายแห่งถูกโจมตี
ข้อมูลจากรัสเซียสำหรับกำหนดระบุเป้าหมายเข้าโจมตี?
พวกนักวิเคราะห์ข่าวกรองสหรัฐฯกำลังพยายามตรวจสอบดูว่า ในการเข้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำริยาดนั้น อิหร่านได้พึ่งพาอาศัยพวกข้อมูลสำหรับกำหนดระบุกเป้าหมายจากฝ่ายรัสเซียหรือเปล่า แหล่งข่าวเหล่านี้ระบุ
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความสงสัยข้องใจบางอย่างบางประการกันอยู่เหมือนกัน แหล่งข่าวเหล่านี้บางรายเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจกำลังมุ่งเข้าโจมตีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯโดยรวมๆ ไม่เจาะจง และไปเล่นงานถูกสถานีของซีไอเอเข้าให้โดยบังเอิญ
ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมีข้อสรุปว่า นอกจากรัสเซียแล้ว แทบไม่มีชาติอื่นใดอีกซึ่งมีเครื่องมือและวิธีการต่างๆ สำหรับเสาะแสวงหาข่าวกรองอันอ่อนไหวเพื่อใช้กำหนดระบุเป้าหมายในการเล่นงานสหรัฐฯ ตลอดจนมีความสนใจในการใช้ข่าวกรองนี้มาเป็นอาวุธเพื่อจุดมุ่งหมายดังกล่าว ทั้งนี้ตามปากคำของแหล่งข่าวเหล่านี้
แดเนียล ฮอฟฟ์แมน (Daniel Hoffman) ผู้เคยเป็นหัวหน้าสถานีของซีไอเอ ตลอดจนเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการปิดลับของหน่วยงานนี้มาก่อน ให้ความเห็นว่า มันไม่น่าจะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอะไรหรอกสำหรับการที่มอสโกช่วยเหลือเตหะรานในการกำหนดเป้าหมายมุ่งโจมตีสถานที่ตั้งซีไอเอ เมื่อพิขารณาถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดของพวกเขา
“พวกเขามีผลประโยชน์ร่วมกันในความพยายามที่จะลดทอนหรือกระทั่งกำจัดอิทธิพลสหรัฐฯไปให้หมดเลย ในเขตพื้นที่ซึ่งพวกเขากำหนดแต่งตั้งเอาเองว่าเป็นเขตอิทธิพลของพวกเขา” เขากล่าว

