xs
xsm
sm
md
lg

สุดสงสาร! คุณตาบุรีรัมย์ 85 ตาบอดสองข้าง หลานพิการสมองหาข้าวน้ำให้กิน ชีวิตสุดลำบาก แต่หลุดสิทธิบัตรคนจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บุรีรัมย์ – สุดสงสารตาวัย 85 ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ตาบอดสนิททั้งสองข้างปัจจุบันมีเพียงหลานพิการสมอง ช่วยพยุงเดินไปมาและหาข้าวน้ำให้กินเพราะมองไม่เห็น ส่วนภรรยายป่วยติดเตียงความเป็นอยู่แสนลำบาก แต่หลุดสิทธิ์บัตรคนจน เพราะมีชื่อในที่นามรดกแต่ไม่สามารถสร้างรายได้ วอนรัฐทบทวนอย่างน้อยสิทธิ์บัตรคนจนก็ช่วยต่อลมหายใจ

วันนี้ ( 26 ก.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนจากประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากการคัดกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เมื่อคุณตาซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา ต้องใช้ชีวิตร่วมกับหลานที่พิการทางสมอง และยังมีภาระดูแลภรรยาที่ป่วยติดเตียง แต่กลับถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน เพียงเพราะตามีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินมรดกที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด แม้ที่นาแปลงดังกล่าวจะไม่สามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว แค่เพียงปลูกข้าวไว้กินประทังชีวิตในครอบครัวเท่านั้น


คุณตาพิการคนดังกล่าว คือ นายบัว ชำนิกุล อายุ 85 ปี เป็นชาวบ้านหนองม่วง ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พิการตาบอดทั้งสองข้าง ส่วนภรรยาคือนางทองม้วน อายุ 74 ปี ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ปัจจุบันลูกสาวเป็นคนดูแล ส่วนคุณตาบัว ปัจจุบันอาศัยอยู่กับนายสุทัศน์ อายุ 33 ปี หลานชายซึ่งพิการทางสมองแต่กำเนิด โดยหลานพิการทางสมองจะเป็นคนคอยจูงตาไปไหนมาไหน และหาข้าว หาน้ำให้กิน ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก คุณตาไม่มีรายได้อะไร มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการสำหรับซื้อข้าวปลาอาหารประทังชีวิต


เมื่อมีโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้นำชุมชน และลูกหลานก็พยายามลงทะเบียนรับสิทธิ์ให้ เพราะคุณตาไม่มีโทรศัพท์ แต่คุณสมบัติก็ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง โดยระบบแจ้งว่าคุณตามีชื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าที่โครงการกำหนด คือมีชื่อครอบครองที่นา 9 ไร่เศษ ซึ่งที่นาดังกล่าวเป็นที่มรดกตกทอดกันมา เพื่อไว้ให้ลูกหลานปลูกข้าวไว้กินแต่ไม่เคยมีรายได้จากที่ดินแปลงดังกล่าวเลย ก็อยากให้รัฐพิจารณาทบทวนสิทธิ์ใหม่ ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง


คุณตาบัว เปิดใจว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกที่ได้รับตกทอดมาจากรุ่นพ่อ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่สร้างรายได้ แต่กลายเป็นเหตุทำให้หมดสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ปัจจุบันต้องอาศัยเพียงเงินเบี้ยผู้พิการและเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้หมดกำลังใจ และไม่รู้จะไปยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์กับหน่วยงานไหน แถมยังตาบอดมองไม่เห็นจะเดินทางไปไหนก็ลำบาก หากเป็นไปได้ก็อยากให้หน่วยงานรัฐอำนวยความสะดวก พิจารณาให้สิทธิ์กับคนพิการด้วย


ด้าน นายอุดมศิลป์ ชำนิกุล อายุ 42 ปี ลูกชายคุณตาบัว บอกว่า ครอบครัวยากจนความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก พ่อก็พิการ แม่ป่วยติดเตียง พี่สาวก็ต้องดูแลแม่ติดเตียง ส่วนลูกคนอื่นก็ดิ้นรนทำมาหากิน เพื่อหาเลี้ยงปากท้องดูแลพ่อแม่บ้างตามสภาพ แม้ตนเองก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ใครจ้างอะไรก็ไปทำบางวันมีงานบางวันไม่มี เฉลี่ยเดือนหนึ่งมีรายได้แค่ 3,000 บาท ส่วนตัวได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังพอแบ่งเบาภาระความลำบากได้บ้าง

แต่แปลกใจที่พ่อซึ่งเป็นคนพิการตาบอด กลับไม่ได้รับสิทธิ์เพราะติดที่เงื่อนไขพ่อมีชื่อเป็นเจ้าของที่นามรดก ทั้งที่นาแปลงดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้อะไร มีแค่ลูกหลานทำนาไว้กินเท่านั้น อยากให้ภาครัฐได้พิจารณาทบทวนสิทธิ์ให้กับพ่อด้วย อย่างน้องเงินบัตรคนจนดังกล่าว ยังช่วยต่อลมหายใจให้กับพ่อได้