สระแก้ว- ไทย–กัมพูชา ประชุมประสานงานชายแดนที่ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ย้ำเดินหน้าช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ยึดข้อตกลงหยุดยิงและ MOU 43 ลดความตึงเครียด สร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ ( 27 ก.ค.) สำนักงานประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้จัดการประชุมหารือร่วมกับ สำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา–ไทย (ฝ่ายกัมพูชา) และหน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา–ไทย ประจำพื้นที่ปอยเปต เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการประสานงานชายแดน และติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันกำหนดไว้ อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการประสานงานร่วมกันในพื้นที่ชายแดน
โดยฝ่ายไทยมี พ.อ.บัญชา ชาญฉลาด รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 เป็นประธาน ส่วนฝ่ายกัมพูชามี พลจัตวา ลาย กึมฮวด รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา–ไทย เป็นประธาน และมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศเข้าร่วม ณ ห้องประชุมด่านศุลกากร จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านมนุษยธรรม และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดน ตลอดจนการประสานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด
นอกจากนี้ยังได้ยืนยันร่วมกันว่าจะปฏิบัติตาม บันทึกข้อตกลงการหยุดยิง (Joint Statement : JS) ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งยึดถือ บันทึกความเข้าใจร่วม ปี 2000 (MOU43) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการประสานงานตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เคารพข้อตกลงร่วม และหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นพ้องให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษาช่องทางการติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสันติ โดยยึดหลักการเจรจา ความจริงใจ และความร่วมมือเป็นสำคัญ
พร้อมย้ำว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่กระทำการยั่วยุหรือดำเนินการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพิ่มความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน และจะร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ เพื่อให้การดำเนินงานด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

