คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารแห่งสหรัฐอเมริกา (FCC) ได้ประกาศเมื่อวันอังคารที่ ( 28 ก.ค. ) ห้ามการนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาแบบใหม่จากจีน รวมถึงเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าหรืออินเวอร์เตอร์แบบเชื่อมต่อ ซึ่งช่วยให้แหล่งพลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าและอุปกรณ์ของศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ ( AI )ได้
มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีที่ประกาศเผยแพร่ โดยจะใช้ได้เฉพาะกับหุ่นยนต์และอินเวอร์เตอร์รุ่นที่ยังไม่ได้วางจำหน่ายเท่านั้น แต่ FCC ก็มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตจำหน่ายสำหรับรุ่นที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในสหรัฐฯแล้วเช่นกัน
อุปกรณ์สองประเภทใหม่นี้ถูก FCC เพิ่มเข้าไว้ใน Covered List ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่ออุปกรณ์และบริการด้านการสื่อสารหรือเทคโนโลยีที่ถือเป็นภัยคุกคามหรือมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
จุดประสงค์ในการประกาศห้ามนำเข้าก็เพื่อปกป้องการพัฒนาด้าน AI ของสหรัฐฯ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้อาจสร้างจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในเครือข่ายการผลิตและการจัดส่งสินค้า ที่เปิดโอกาสให้เกิดการหยุดชะงัก การขโมยข้อมูล และการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ โดย FCC ระบุว่า หุ่นยนต์ "รวบรวมข้อมูลที่ผู้ไม่ประสงค์ดีอาจนำไปใช้ในการสอดแนมชาวอเมริกัน เพิ่มขีดความสามารถของหน่วยข่าวกรองต่างชาติ หรือทำให้ควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลได้"
ขณะเดียวกันการห้ามนำเข้ายังจะช่วยผลักดันให้บริษัทต่างๆ ย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ อีกด้วย
ยูนิทรี (Unitree) จะได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ตามข้อมูลของบริษัทวิจัยเคาน์เตอร์พอยต์ รีเสิร์ช โดยบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ระดับโลกสัญชาติจีนรายนี้ครองส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกมากเกือบ 1 ใน 5 และได้นำแบล็กเวลล์ชิปรุ่นที่มีความแรงสุดของบริษัทอินวิเดีย มาขับเคลื่อนสมองของหุ่นยนต์
อย่างไรก็ตาม อินวิเดียยืนยันว่า ข้อมูลของหุ่นยนต์จะยังคงอยู่ในสหรัฐฯ และลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของยูนิทรีก็คือสถาบันการศึกษาและการวิจัยของสหรัฐฯ นั่นเอง
ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ซึ่งติดตั้ง "สมอง" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในอนาคตในหมู่ผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนั้น การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมากในสหรัฐฯ ยังต้องพึ่งพาอินเวอร์เตอร์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ในขณะที่จีนเป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก และกำลังเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดอินเวอร์เตอร์ของชาติตะวันตกอย่างต่อเนื่อง โดยมีบริษัท ซันโกรว์ พาวเวอร์ ซัปพลาย ( Sungrow Power Supply ) และบริษัทหัวเว่ยเป็นผู้นำ
เซียง ลี่กังผู้สังเกตการณ์ด้านโทรคมนาคมอาวุโสของจีนชี้ว่า หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเท่านั้น การนำเข้าจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน แต่การห้ามนำเข้าจะบังคับให้บริษัทอเมริกันต้องทำงานแบบปิดกั้นไม่ให้คนนอกรับรู้ขั้นตอน ซึ่งจะทำให้การพัฒนานวัตกรรมช้าลง
จาง เสี่ยวหรง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเทคโนโลยีล้ำสมัยในกรุงปักกิ่งกล่าวว่า อินเวอร์เตอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับศูนย์ข้อมูล AI และการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน การปฏิเสธตัวเลือกจากจีน ที่มีต้นทุนต่ำอาจทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นและชะลอความก้าวหน้าของ AI เนื่องจากปัญหาด้านอุปทานหรือราคา ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับปัญหาสำคัญในระบบพลังงาน โดยมีกำลังไฟฟ้าไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนา AI
ที่มา : โกลบอลไทมส์ / รอยเตอร์

