xs
xsm
sm
md
lg

ขยายผลหลอกหญิงไทยขนไอซ์ เร่งล่าเครือข่ายเวียดนาม คาดมีผู้ทำผิดอีกเพียบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เตือนภัยรับหิ้วของ! ตำรวจขยายผลคดีหลอกหญิงไทยขนไอซ์ไปญี่ปุ่น พบเป็นเครือข่ายเวียดนามข้ามชาติ เร่งล่าตัวบงการ คาดมีผู้ร่วมขบวนการอีกเพียบ

ภายหลังคดีหญิงไทยถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะพบยาเสพติดประเภทไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟสำเร็จรูปภายในสัมภาระ กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตาและตั้งคำถามถึงขบวนการหลอกใช้ผู้รับจ้างหิ้วของข้ามประเทศ ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ขยายผลจนพบว่า คดีดังกล่าวเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติชาวเวียดนาม

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เร่งสืบสวนขยายผล เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงและติดตามผู้บงการมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ผลการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายชาวเวียดนามที่ร่วมกันก่อเหตุในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บช.ปส. จึงรับคดีไว้ดำเนินการในข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมขอศาลออกหมายจับ ก่อนสามารถจับกุม น.ส.โฮ (นามสมมติ) สัญชาติเวียดนาม ซึ่งทำหน้าที่โอนเงินค่าจ้างให้ น.ส.จุฑาทิพย์ (นามสมมติ) หญิงไทยที่ถูกจับกุมในประเทศญี่ปุ่น โดยน.ส.จุฑาทิพย์ เปิดเพจเฟซบุ๊กรับจ้างหิ้วของไปยังประเทศญี่ปุ่น ก่อนได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์จากผู้ใช้ชื่อ "ING ING" ให้รับพัสดุไปส่งยังปลายทางในญี่ปุ่น ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดส่งกล่องพัสดุผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ภายในกล่องมีการซุกซ่อนไอซ์ไว้ในซองกาแฟสำเร็จรูป ปะปนกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป เพื่ออำพรางและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า บัญชีไลน์ "ING ING" ใช้โดยชายชาวเวียดนาม ก่อนขอศาลออกหมายจับ แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการชาวเวียดนามแล้ว 2 ราย จับกุมได้ 1 ราย และอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 1 ราย ในข้อหาร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเชื่อว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลดำเนินคดีเพิ่มเติม

ดังนั้น อยากฝากเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่รับฝากหรือรับหิ้วของเดินทางระหว่างประเทศ ให้ตรวจสอบที่มาของสิ่งของและผู้ว่าจ้างอย่างรอบคอบ หลีกเลี่ยงการรับขนพัสดุจากบุคคลที่ไม่รู้จัก เนื่องจากอาจถูกเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติลักลอบซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมายในสัมภาระ จนตกเป็นผู้ต้องหาและเผชิญการดำเนินคดีทางอาญาโดยไม่รู้ตัว