เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี กรอบวงเงินงบประมาณ 7,200 ล้านบาท กำหนดแผนดำเนินงาน 7 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2576) เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของภาคตะวันออก รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของภาคประชาชน ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
.
โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดมีความจุ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ชลประทานกว่า 87,700 ไร่ ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนเสริมศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกในระยะยาว โดยโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 38 โครงการสำคัญ ตามแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับการพัฒนา EEC
.
คณะรัฐมนตรีกำชับให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการขออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติให้ถูกต้องก่อนดำเนินการก่อสร้าง รวมทั้งให้ใช้พื้นที่เท่าที่จำเป็น และปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ำดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล
.
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบในหลักการให้กรมชลประทานร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ พร้อมให้กรมชลประทานจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
.
ด้านมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี กรอบวงเงิน 7,200 ล้านบาท แผนงาน 7 ปี (ปีงบประมาณ 2570-2576) พร้อมอนุมัติในหลักการให้กรมชลประทานร่วมกับ พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท และจ่ายค่าชดเชยแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ
.
ตัวเลขที่รัฐบาลนำเสนอล้วนอยู่ในฝั่งได้ผลประโยชน์ เขื่อนหัวงานที่ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว ความจุ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานรับประโยชน์ 87,700 ไร่ รองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำตอนล่าง อัตราผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C) 2.20 และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) ร้อยละ 13.18
.
แต่ในเอกสารข่าวของรัฐบาล กลับไม่มีบรรทัดใดเลยที่พูดถึงสิ่งที่ต้องแลกไป นั่นคือผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิด ที่จะจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ตัวเลข 87,700 ไร่ที่ได้ประโยชน์ถูกพูดถึงซ้ำ แต่จำนวนไร่ของป่าที่เสียไปไม่ถูกเอ่ยถึงแม้แต่ครั้งเดียว
.
ที่ต้องจับตาคือ มติ ครม. วันนี้ยังไม่ใช่ไฟเขียวให้เริ่มการก่อสร้างได้ทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อ 29 มิ.ย. 2569 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพิ่งเห็นชอบในหลักการ โดยกำหนดเงื่อนไขว่า ก่อนขอใช้หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ กรมชลประทานต้องทบทวนรายละเอียดและปรับลดขนาดพื้นที่ให้เหมาะสมตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเสียก่อน การเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ จึงยังต้องผ่านบอร์ดอุทยานแห่งชาติอีกด่านหนึ่ง
.
ด้านกระบวนการทางกฎหมาย มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ยื่นฟ้องเพิกถอนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโครงการต่อศาลปกครองเมื่อ 5 มิ.ย. 2569 โดยชี้ว่ารายงานมีข้อมูลคลาดเคลื่อนจากสภาพจริงในพื้นที่ป่า อย่างไรก็ตาม เมื่อ 15 ก.ค. 2569 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าโครงการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ความเห็นชอบการขอใช้ประโยชน์ที่ดินและยังไม่ผ่านขั้นตอน ครม. กล่าวคือ ยังไม่มีคำสั่งทางปกครองที่จะฟ้องได้ ซึ่งขณะนี้มูลนิธิสืบฯ เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป น่าสนใจว่าคำสั่งไม่รับฟ้องเมื่อ 15 ก.ค. 2569 อ้างว่าโครงการยังไม่ผ่าน ครม. แต่เพียงสองสัปดาห์ถัดมา ครม. ก็มีมติอนุมัติแล้ว
......
Sondhi X

