ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “รื้อ” คือคำตอบสุดท้าย ปิดตำนานนายทุนอ้างสิทธิยึด “หาดนุ้ย” กว่า 20 ปี! จุดเริ่มต้นการใช้ “ภูเก็ตโมเดล” ที่เห็นผล ล่าสุดรื้อเสร็จ 100% เดินหน้าพัฒนาเป็น “ป่านันทนาการหาดนุ้ย” พื่อเปิดเป็นชายหาดสาธารณะ
หลังปล่อยให้กลุ่มผู้ครอบครองใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณหาดนุ้ยมายาวนานกว่า 20 ปี ในที่สุดรัฐบาลเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ ภายใต้ “ภูเก็ตโมเดล” นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษพยัคฆ์ไพร หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษพญาเสือ ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 400 นาย เปิดยุทธการเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ย เพื่อทวงคืนผืนป่าและชายหาดสาธารณะกลับคืนสู่ประชาชน พร้อมเดินหน้าตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งด้านการบุกรุกที่ดิน การถือครองโดยมิชอบ และเส้นทางผลประโยชน์จากการใช้พื้นที่ของรัฐอย่างผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา
วันนี้เรามาติดตามความคืบหน้าการดำเนินการนโยบาย รื้อสิ่งปลูกสร้างบริเวณหาดนุ้ยทั้ง ของชุดปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งได้รับการยืนยัน จาก ว่าที่ร้อยตรีวรัท ตุลยธำรง นิติกรชำนาญการ กลุ่มนิติการ สำนักกฎหมาย กรมป่าไม้ ว่า ล่าสุด ทางกรมป่าไม้ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่แล้วเสร็จ 100% จำนวน 11 รายการ หลังตรวจพบการแผ้วถางป่า ปรับพื้นที่รองรับกิจกรรมการท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและชายหาดสาธารณะ พร้อมเคลื่อนย้ายเศษซากอาคารออกจากพื้นที่ เตรียมเดินหน้าฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ พัฒนาเป็น “ป่านันทนาการหาดนุ้ย” เพื่อเปิดเป็นชายหาดสาธารณะให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ประโยชน์ร่วมกันในอนาคต
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งทางปกครองของกรมป่าไม้ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ภายใต้นโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติ การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการปราบปรามผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นวาระสำคัญของรัฐบาล โดยยืนยันการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เสมอภาค และไม่มีข้อยกเว้น
สำหรับสิ่งปลูกสร้างทั้ง 11 รายการ เป็นคดีที่กรมป่าไม้ตรวจยึดในปี 2569 และพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้ว จึงสามารถดำเนินการรื้อถอนได้ตามกฎหมาย ขณะที่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดนุ้ยได้รับความเสียหายจากการบุกรุกรวมประมาณ 18 ไร่ ส่วนสิ่งปลูกสร้างอีก 39 รายการ ซึ่งเป็นคดีจากปี 2563 และปี 2567 ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง โดยกรมป่าไม้จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ว่าที่ร้อยตรีวรัท ยังกล่าวต่อไปว่า ภายหลังการรื้อถอนแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้ขนย้ายเศษวัสดุก่อสร้างออกจากพื้นที่ เหลือเพียงการปรับฟื้นสภาพพื้นที่ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อรองรับการประกาศเป็นป่านันทนาการ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ป่านันทนาการที่มีศักยภาพและมูลค่าสูงแห่งหนึ่งของประเทศ สามารถรองรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติได้ในอนาคต
สำหรับกรณีประติมากรรม “พญานาค” ที่อยู่ภายในพื้นที่นั้น ว่าที่ร้อยตรีวรัท ระบุว่า สิ่งก่อสร้างดังกล่าวได้มีการบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของคดีแล้ว แต่การจะรื้อถอนหรือไม่นั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเชื่อและความศรัทธาของประชาชน อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้มีชื่อว่า “ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด” จึงมองว่าพญานาคถือเป็นสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับพื้นที่
หากเจ้าของยินยอมมอบให้กรมป่าไม้ดูแล หลังมีการประกาศเป็นป่านันทนาการแล้ว อาจมีการประกอบพิธีบวงสรวงและพัฒนาเป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากประติมากรรมดังกล่าวสร้างโดยศิลปินจากประเทศลาว แตกต่างจากอาคารบ้านพักและสิ่งปลูกสร้างที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องรื้อถอนตามคำสั่งของรัฐ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนลงไปใช้พื้นที่ชายหาด เนื่องจากยังมีเศษเหล็ก เศษปูน และวัสดุก่อสร้างที่อาจก่อให้เกิดอันตราย คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 เดือนในการเก็บกวาด ปรับภูมิทัศน์ และก่อสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น ห้องน้ำ และที่ทำการเจ้าหน้าที่ ก่อนเปิดให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่อย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตและองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ยังได้ประสานร่วมกับกรมป่าไม้ เพื่อพัฒนาถนนทางเข้าหาดนุ้ย โดยเตรียมลาดยางเส้นทางให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น รองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมวางแผนพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อไปยังบริเวณแหลมกระทิงในอนาคต
อย่างไรก็ตามสำหรับปฏิบัติการรื้อ “หาดนุ้ย” ตามนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ในครั้งนี้นับว่าเป็นการปิดจบปัญหาการบุกรุกหาดนุ้ยที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี และนับว่าเป็นการเริ่มต้นการการจัดการปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ตแบบเอาจริงเอาจัง ที่หลังจากนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยที่จะเข้าไปเยี่ยมชม “หาดนุ้ย” โดยไม่ต้องจ่ายค่าลงหาดอีกแล้ว และที่สำคัญภูเก็ตยังมีหาดส่วนตัวที่ประชาชน ยังเข้าไม่ถึงอีกมาก ขอให้รัฐบาลทำจริงพื่อเปิดทางให้เข้าถึงทุกหาดอย่างแท้จริง

