xs
xsm
sm
md
lg

แผนเขมรไม่คุยทวิภาคี! กัมพูชาหวังลากไทยเข้าเวทีนานาชาติให้ได้ ลั่นความขัดแย้ง 2 ชาติ เกี่ยวอาเซียนโดยตรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทยไม่อาจถูกมองว่าเป็นแค่ประเด็นทวิภาคีเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักการพื้นฐานของอาเซียนและสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) จากความเห็นแข็งกร้าวของ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกิจการต่างประเทศและความร่วมมือนานาชาติของกัมพูชา

สารที่ส่งออกมาในวาระครบรอบ 59 ปีของอาเซียนเมื่อวันศุกร์(7ส.ค.) ปรัก สุคน บอกว่าความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้าน ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคอีกด้วย เนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับหลักการต่างๆที่บัญญัติไว้ในกฎบัตรอาเซียนและสนธิสัญญา TAC

"ในสถานการณ์เช่นนี้นี่เอง ที่ความมุ่งมั่นร่วมกันของเราที่มีต่อหลักการต่างๆนานาเหล่านี้จะถูกทดสอบ เพราะฉะนั้นความขัดแย้งในวงกว้างระหว่างกัมพูชาและไทย จึงไม่อาจถูกมองว่าเป็นประเด็นทวิภาคีแต่เพียงอย่างเดียว มันเกี่ยวข้องกับอาเซียนด้วย เรื่องนี้ส่งผลโดยตรงต่อหลักการพื้นฐานที่ได้รับการบัญญัติทั้งในกฎบัตรอาเซียนและสนธิสัญญา TAC" เขากล่าว

เขากล่าวต่อว่าความเกี่ยวข้องกับ TAC เป็นบททดสอบพันธสัญญาของอาเซียนที่มีต่อหลักการพื้นฐานต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน ไม่แทรกแซง หาทางออกในข้อพิพาทต่างๆอย่างสันติ ละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง และมอบความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพทั่วทุกมิติ

ปรัก สุคน กล่าวต่อว่า หลักการเหล่านี้เป็นรากฐานในความน่าเชื่อถือของอาเซียน ในขณะที่บรรดารัฐสมาชิกและภาคีทั้งหลายในสนธิสัญญา TAC มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการยืนยันสิ่งเหล่านี้และรับประกันว่ามันจะได้รับความเคารพและนำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ "คุณค่าที่แท้จริงของสิ่งเหล่านี้ คือพวกมันสามารถชี้นำความประพฤติของเราอย่างซื่อสัตย์เพียงใด ในยามที่ความสัมพันธ์ในหมู่มวลรัฐสมาชิกตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียด"

ทั้งนี้ ปรัก สุคน บอกว่ามีแค่ทางออกสันติภาพและยั่งยืนเท่านั้น ที่จะช่วยประชาชนชาวกัมพูชาและชาวไทยอาศัยอยู่เคียงข้างกันอย่างสันติสุข มีเสถียรภาพและมีความรุ่งเรืองร่วมกัน

"เพราะฉะนั้น กัมพูชาจะเดินหน้าเรียกร้องให้บังคับใช้ถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 อย่างทันที ครบถ้วนสมบูรณ์และอย่างมีประสิทธิผล โดยเฉพาะการกลับมาทำงานด้านการสำรวจและปักปันเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม และนำพลเรือนผู้พลัดถิ่นฐานของเรากลับสู่บ้านเรือนและใช้ชีวิตอย่างปกติ โดยไม่มีอุปสรรคขัดขวางใดๆโดยเร็วที่สุด อย่างปลอดภัยและอย่างมีเกียรติ"

เขาเน้นย้ำว่าอาเซียนจะนิ่งเฉยไม่ได้ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากการกลับมาของความขัดแย้งติดอาวุธทั้งหลาย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆและแรงกดดันที่มีมากขึ้นต่อกฎหมายระหว่างประเทศและพหุภาคีนิยม

"เพราะฉะนั้น ความเป็นเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียน ยังคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ความเป็นแกนกลางจำเป็นต้องสะท้อนความสอดคล้องกลมกลืนของเรา ปฏิกริยาตอบสนองของเราและความสามารถของเราในการยึดถือหลักการต่างๆของเรา ขณะเดียวกันก็มอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและมีความหมายต่อประชาชนของเรา" เขากล่าว

(ที่มา:ขแมร์ไทม์ส)