xs
xsm
sm
md
lg

ตร.บุกหมู่บ้านหรูหัวหิน ทลายนอมินีต่างด้าว พบ 33 บริษัทถือที่ดินแทน มูลค่ากว่า 300 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประจวบคีรีขันธ์ – “บิ๊กราญ” รอง ผบ.ตร. นำกำลังเปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าว เฟส 6” บุกตรวจค้นหมู่บ้านหรูและพูลวิลล่าในพื้นที่หัวหิน หลังพบข้อมูลเชิงลึกมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ เพื่อครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ออกหมายจับต่างชาติ 45 ราย หมายเรียกคนไทย 39 ราย ตรวจค้น 15 จุด พบ 33 บริษัทเข้าข่ายถือครองที่ดินแทนต่างด้าว มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่ฐานข้อมูลนิติบุคคลในหัวหินพบกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินีถึง 849 ราย

วันนี้( 10 ส.ค.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เดินหน้าปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติ โดยเปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีต่างด้าว เฟส 6” ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และล่ามภาษาต่างประเทศ เข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 15 จุด ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวและพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นในพื้นที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน

จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่พบข้อมูลนิติบุคคลบางแห่งมีพฤติการณ์ใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ หรือนอมินี เพื่อใช้ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่หัวหิน ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ ออกหมายจับชาวต่างชาติ 45 ราย และหมายเรียกบุคคลสัญชาติไทย 39 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ พร้อมเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 15 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 12 ราย ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีอย่างน้อย 33 บริษัท ที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์แทนชาวต่างชาติ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของนิติบุคคล เส้นทางการเงิน โครงสร้างการถือหุ้น และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบฐานข้อมูลนิติบุคคลในพื้นที่หัวหิน เจ้าหน้าที่พบกลุ่มที่มีความเสี่ยงเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินีมากถึง 849 ราย ซึ่งจะถูกนำมาวิเคราะห์และตรวจสอบเชิงลึกต่อไปว่าเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตรวจสอบเฉพาะหน้า แต่เป็นผลจากการส่งกำลังลงพื้นที่รวบรวมข้อมูลและสืบสวนเชิงลึกมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำข้อมูลมาประกอบการขอศาลออกหมายจับและหมายค้น เพื่อดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผลไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ทราบถึงผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
ตำรวจยืนยันว่า ปฏิบัติการปราบปรามนอมินีต่างด้าวจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ที่มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสิทธิในการประกอบธุรกิจของคนไทย