xs
xsm
sm
md
lg

กลบข่าว เป่าคดี "ชัยชนะ เดขเดโช" ตบบ้องหู รอง ผกก.เมืองคอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สะเทือนวงการสีกากี ข่าวลือสนั่น ชัยชนะ เดชเดโช นักการเมืองดังตบหน้ารองผู้กำกับกลางงานศพ แม้เจ้าทุกข์และผู้การในพื้นที่จะปฏิเสธ แต่ ผบ.ตร. สั่งสอบสวนหาความจริง หวั่นซ้ำรอยคดีดัง

กรณีข่าวอื้อฉาวกับความลุแก่อำนาจ อีกครั้งของนายชัยชนะ เดชเดโช ซึ่งมีโอกาสจะต้องเปลี่ยนสถานะจากนักการเมืองหนุ่ม อนาคตยาวไกลได้เลย เพราะพยานยืนยันว่า เหตุการณ์นักการเมืองตบบ้องหูตำรวจ ตำแหน่งรองผู้กำกับฯ เป็นเรื่องจริง

นักการเมืองถูกกล่าวว่าตบบ้องหูตำรวจ ก็คือนายชัยชนะ เดชเดโช หรือแทน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต รมช.สาธารณสุข ยุคแพทองธาร เป็นการตบที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ในงานศพแม่นักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อหลายคืนก่อนที่ผ่านมา

โดยมีการระบุว่า ตำรวจคนที่นายชัยชนะตบ คือนายตำรวจยศพันตำรวจโท ตำแหน่ง รองผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ถูกตบบ้องหู จนหน้าสะบัดหลายฉาดติดต่อกัน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของคนทั้งงาน

ซึ่งแขกในงานคืนนั้น ก็ล้วนระดับวีไอพี ทั้งนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการ นักธุรกิจ แต่นายชัยชนะหาได้แคร์สายตาใคร เหมือนตั้งใจจะตบนายตำรวจโชว์ เพื่อประกาศศักดา

ข่าวว่า เริ่องเริ่มจากนายชัยชนะ เกิดมีปากเสียงกับ รองผกก. คนดังกล่าว ก่อนจะตรงเข้าตบ ตบซ้ายตบขวา พร้อมด่าลั่นงานว่า "ทำไมมึงไม่ช่วยหาเสียงให้กู กูเป็นคนพามึงมาเอง"

ซึ่งขณะเกิดเหตุ ก็มีนายตำรวจระดับรองผู้กำกับอีกนาย ที่มียศ พ.ต.ท. นั่งร่วมโต๊ะอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่กลับนั่งนิ่ง ไม่กล้าเข้าช่วยเหลือเพื่อนร่วมอาชีพแต่อย่างใด

ลักษณะคล้ายตอนเหตุการณ์กำนันนก นครปฐม ยิงเพื่อนตำรวจเสียชีวิต ต่อหน้าต่อตา แต่เพื่อนๆ ตำรวจทุกคนกลับแสดงอาการไร้ศักดิ์ศรี ยอมให้พฤติกรรมเถื่อน เกิดขึ้นตำตา โดยไม่คิดจับกุม หรือแม้แต่จะห้ามปราม

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ลูกสาวของ ส.ส.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นญาติเจ้าของงานศพ และเป็นนักการเมืองท้องถิ่นหญิง ได้เชิญ พ.ต.ท.ผู้ถูกทำร้ายร่างกายให้ออกจากงานไปก่อน

โดยให้ อส.ตร. ที่มาช่วยดูแลความเรียบร้อยในงาน นำตัวนายตำรวจออกไปจากงานโดยเร็ว อ้างเหตุผลว่า กลัวเหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้

ถ้าหากนายชัยชนะตบจริง ก็ไม่ใช่เหตุเถื่อนครั้งแรกของตระกูลบ้านใหญ่เมืองคอน โดยช่วงต้นปี 2569 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 นายชัยชนะและน้องชายที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ อ.ร่อนพิบูลย์ เคยมีเรื่องลงไม้ลงมือกับหนุ่มนักธุรกิจ กิจการก่อสร้าง กลางงานบวชอุปสมทบมาแล้ว แต่สุดท้ายเรื่องก็ถูกผู้มีอิทธิพลวิ่งเต้นเคลียร์ จนเงียบหายไป

ทำแล้วเคลียร์ได้ เลยอาจติดใจรสชาติการอัดคนโชว์พาว นายชัยชนะเลยมาก่อเหตุซ้ำ ต่อหน้าธารกำนัลอีกครั้ง หรือไม่

ความที่เป็นคนหนุ่มอายุแค่ 40 แต่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วได้เป็นรัฐมนตรี มารอบหนึ่ง อาจทำให้นานชัยชนะเกิดความมั่นใจหนักข้อ จากเดิมนิสัยก็เป็นที่รู้ๆกันของชาวบ้านอยู่แล้ว

แต่เรื่องมาพลิก โดยพ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ออกมาชี้แจงว่า ตัวเองไม่ได่อยู่ในงานดังกล่าว และไม่ได้รับรายงานจากรองผู้กำกับการสืบสวนที่เป็นข่าว อีกทั้งไม่มีประชาชนคนใดเข้ามาแจ้งว่า พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

แต่จากการที่ได้สอบถามข้อมูลกับ รองผกก.โดยตรง เจ้าตัวยืนยันว่า ข่าวการถูกทำร้ายไม่เป็นความจริง

พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รู้จักคุ้นเคยกับนายแทน ชัยชนะ เดชเดโช มานานหลายปี เพราะเป็นเครือญาติกัน มีความสนิทสนมและเคารพนับถือกันเป็นพี่น้องกัน

แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชา เมื่อมีข่าวออกมา ก็จำเป็นต้องรับฟังข้อมูลของเจ้าตัว เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าข่าวที่ออกไปไม่เป็นความจริง

ลอง ผกก. ออกโรงกลบข่าวเองแบบนี้ ในทางคดี ดูแล้วมืดมน คนโดนตบก็ยอมเจ็บตัวฟรีไป และตามคาดนายชัยชนะได้ออกมาปฏิเสธไม่ได้ตบบ้องหูตำรวจอย่างที่เป็นข่าว

ทางด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. สั่งการผ่านพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ให้ตามติดเรื่องชัยชนะตบตำรวจอย่างใกล้ชิด ต้องทำคดีตามกฎหมาย อย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้สมยอมกันง่ายๆ

แต่ก็มีคำถามว่า ถ้าสตช. ไม่ได้ทำงานอย่างที่พูด ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป หรือร้ายยิ่งกว่านั้น ก็คือ สรุปคดีว่าข่าวชัยชนะตบรองผู้กำกับ สภ. ทุ่งใหญ่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันไปเอง ความจริงไม่มีการตบตีกันแต่อย่างใด

ชัยชนะก็พ้นมลทินอย่างสง่างามทันที เหมือนพระเจ้ามาโปรดเลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน ก็มีคำถามไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์คนอื่นๆ จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

จะส่งเสริมความรุนแรงแบบนี้หรือไม่? สังคมกำลังรอคำตอบ