MGR Online - ปปง. แจง อสส. สั่งไม่ฟ้อง “แทนไท-พวก“ ข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน เป็นมาตรการดำเนินคดีอาญา แต่ในทางแพ่งคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน 28 รายการ กว่า 174 ล้านบาท
จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ส.ค.69 สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งชี้ขาดอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ในคดีความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินสมคบ และร่วมกันฟอกเงิน คดีละเมิดลิขสิทธิ์-เว็บหนังเถื่อน-ฟอกเงิน-เอี่ยวเว็บพนัน ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ขอเพิกถอนหมายจับ นายแทนไท กับพวกที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องนั้น
วันนี้ (14 ส.ค.) สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวเป็นมาตรการดำเนินคดีอาญากับบุคคล ซึ่งเป็นคนละกรณีกับมาตรการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ของสำนักงาน ปปง. โดยผลการดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินราย นายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก ในปัจจุบัน ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 28 รายการ รวมมูลค่ากว่า 174 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขดำที่ ฟ 641/2566 คดีหมายเลขแดงที่ ฟ 22409/2567) และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว
อนึ่ง การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของสำนักงาน ปปง. เป็นมาตรการทางแพ่ง ซึ่งไม่ผูกติดกับคดีอาญา โดยมุ่งเน้นดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งแตกต่างกับการดำเนินคดีอาญา ซึ่งมุ่งเน้นดำเนินการกับตัวบุคคลที่กระทำความผิด

