ตำรวจสั่งคุมเข้มคนพ้นโทษทั่วประเทศ เชื่อมข้อมูลราชทัณฑ์เข้าระบบไครมส์ จับตาพฤติการณ์ใกล้ชิด ป้องกันการก่อเหตุซ้ำ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
ท่ามกลางกระแสความกังวลของประชาชนต่อปัญหาอาชญากรรมและเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม การติดตามบุคคลพ้นโทษและการป้องกันไม่ให้กลับมาก่อเหตุซ้ำจึงเป็นอีกประเด็นที่ถูกจับตา ล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับมาตรการดูแลเรื่องนี้ โดยสั่งทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศตรวจสอบข้อมูลคนพ้นโทษที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์ผ่านระบบ CRIMES เพื่อให้ตำรวจมีข้อมูลสำหรับติดตามพฤติการณ์และวางแผนป้องกันอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับบุคคลพ้นโทษตามระเบียบและนโยบายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด
โดยทุกสถานีตำรวจต้องตรวจสอบข้อมูลคนพ้นโทษที่จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบหลังออกจากเรือนจำ ผ่านระบบ CRIMES ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์ จากนั้นให้นำข้อมูลมาใช้บันทึกและรายงานพฤติการณ์ผ่านแอปพลิเคชัน Police 4.0 พร้อมจัดทำบัญชีบุคคลพักการลงโทษ บุคคลพ้นโทษ และผู้ร้ายท้องถิ่นในพื้นที่ พื่อใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์รูปแบบการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ และให้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสังเกตพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าว แล้วรายงานพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวตามแบบรายงานที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สั่งการให้กองทะเบียนประวัติอาชญากร และ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชื่อมโยงข้อมูลคนพ้นโทษกับกรมราชทัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน และนำลงในระบบสืบค้นของ CRIMES ในทันทีที่ได้รับข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ พร้อมทั้งกำชับให้จเรตำรวจให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว และดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการของทุกสถานีตำรวจให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีการตรวจราชการอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการ หรือดำเนินการล่าช้า โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย จะถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่

