xs
xsm
sm
md
lg

รัสเซียเรียกทูตญี่ปุ่นเข้าพบ กรณีหมู่เกาะพิพาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงมอสโกมีกำหนดที่จะเข้าพบตามคำสั่งเรียกตัวของทางการรัสเซียในวันอังคาร (18 ส.ค.) จากกรณีข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปเยือนเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศนี้ ถูกหลอนหลอกมาอย่างยาวนานด้วยข้อพิพาทหมู่เกาะคูริล ซึ่งในญี่ปุ่นเรียกว่า "ดินแดนทางเหนือ" ซึ่งถูกสหภาพโซเวียตได้เข้ายึดครองในปี 1945 และขับไล่ประชากรชาวญี่ปุ่นออกไปในเวลาต่อมา

ก่อนหน้านี้ ปูติน ได้เดินทางไปเยือนดินแดนดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้ญี่ปุ่นเรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อทำการประท้วง

การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเยือนพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีรัสเซียนับตั้งแต่ ดมิทรี เมดเวเดฟ เคยไปเยือนในปี 2010 ซึ่งในขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2008-2012 ในช่วงที่ปูตินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่น กล่าวว่า หมู่เกาะเหล่านี้ "เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนญี่ปุ่นมาโดยตลอด ทั้งในทางประวัติศาสตร์และตามกฎหมายระหว่างประเทศ"

เมื่อวันจันทร์ มอสโกเปิดเผยว่าได้ทำการเรียกตัว อากิระ มูโตะ ทูตญี่ปุ่นเข้าพบ โดย เซร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลโตเกียวได้ "ข้ามเส้นความเหมาะสม" ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม มูโตะไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกตัวในทันที

"เราได้รับแจ้งว่าเขาไม่อยู่ในมอสโก หรือไม่ก็เขากำลังล้มป่วย เราจึงยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ดีนัก" ลาฟรอฟกล่าว

ต่อมา มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว TASS ของรัฐบาลว่า หลังจากลาฟรอฟให้ความเห็น เอกอัครราชทูตก็ "รู้สึกดีขึ้นมาทันที" และจะเข้าร่วมพบปะในวันอังคาร

NHK สถานีโทรทัศน์สาธารณะของญี่ปุ่น รายงานว่า ในตอนแรกมูโตะไม่ได้ตอบรับคำสั่งเรียกตัว เนื่องจากกังวลว่ารัสเซียจะคุมการพูดคุยฝ่ายเดียวจนทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม NHK อ้างอิงแหล่งข่าวไม่เปิดเผยนามว่า รัฐบาลโตเกียวตัดสินใจตอบรับคำสั่งเรียกตัวหลังจากได้หารือภายในแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซียเลวร้ายลงนับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบในยูเครนเริ่มต้นขึ้นในปี 2022

ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G7 ในการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึงสนับสนุนเงินทุนและมอบความช่วยเหลือทางด้านการป้องกันประเทศที่ไม่ใช่ยุทโธปกรณ์สังหารแก่ยูเครน ซึ่งทั้งเคียฟและวอชิงตันต่างก็ยอมรับอธิปไตยของญี่ปุ่นเหนือหมู่เกาะพิพาทดังกล่าว

ญี่ปุ่นให้การสนับสนุนระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนทางอ้อม ด้วยการส่งออกขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ที่ผลิตในประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยเติมคลังอาวุธของสหรัฐฯ ที่ลดลงจากการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เคียฟ

เหล่านักวิเคราะห์ระบุว่า การเยือนหมู่เกาะคูริลของปูตินอาจมีเป้าหมายเพื่อเตือนไม่ให้ญี่ปุ่นยกระดับการสนับสนุนยูเครนเชิงลึกไปมากกว่านี้ ซึ่งอาจรวมถึงการส่งมอบขีปนาวุธ Patriot ให้โดยตรง และการร่วมมือกับองค์การ NATO

แม้ว่าญี่ปุ่นจะผ่อนคลายข้อจำกัดเกี่ยวกับการส่งออกอาวุธในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงไม่สามารถส่งมอบยุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่ประเทศที่อยู่ในสภาวะสงครามได้โดยตรง ซึ่งรวมถึงยูเครนด้วย

ที่มา เอเอฟพี