สภาทนายความมีมติเอกฉันท์จำหน่ายชื่อ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ออกจากทะเบียนทนายความ หลังตรวจสอบพบว่าปกปิดข้อมูลสำคัญ เคยถูกลงโทษไล่ออกจากราชการขณะเป็นอัยการ ทำให้ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย
วันที่ 19 ส.ค.69 จากกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ระบุว่า เตรียมยื่นเรื่องต่อสภาทนายความ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการเกี่ยวกับมติจำหน่ายชื่อ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ ออกจากทะเบียนทนายความ หลังเคยถูกไล่ออกจากราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้ สำนักงานทะเบียนทนายความได้รับเรื่องร้องเรียน ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ขอให้ตรวจสอบกรณีนายณัฐวุฒิ ซึ่งเคยรับราชการเป็นอัยการและถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ แต่ต่อมาได้รับการจดทะเบียนและใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ว่าในการยื่นขอใบอนุญาตได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการรับราชการและประวัติการถูกลงโทษทางวินัยไว้อย่างครบถ้วนหรือไม่ และการจดทะเบียนดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 หรือไม่
จากการตรวจสอบทะเบียนทนายความพบว่า นายณัฐวุฒิเคยเป็นสมาชิกสภาทนายความประเภท 2 ปี ใบอนุญาตเลขที่ 776/2547 ออกเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 ก่อนบอกเลิกการเป็นทนายความเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2555
ต่อมา นายณัฐวุฒิได้ยื่นจดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความอีกครั้ง โดยเป็นสมาชิกสภาทนายความประเภทตลอดชีพ ใบอนุญาตเลขที่ 3230/2568 ออกเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568
อย่างไรก็ตาม เมื่อสำนักงานทะเบียนทนายความตรวจสอบคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตครั้งดังกล่าว กลับ ไม่ปรากฏการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเคยรับราชการหรือเคยถูกลงโทษทางวินัย สำนักงานทะเบียนทนายความจึงทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอตรวจสอบประวัติการรับราชการ
กระทั่งวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการอัยการมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบว่า นายณัฐวุฒิเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการ และพ้นจากราชการเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 เนื่องจากถูกลงโทษทางวินัยสถานไล่ออกจากราชการ ตามคำสั่งคณะกรรมการอัยการที่ 17/2561 ลงวันที่ 5 กันยายน 2561 เรื่องลงโทษข้าราชการอัยการ
สำนักงานทะเบียนทนายความจึงพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจมีผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอใบอนุญาต โดยเฉพาะกรณีที่อาจเข้าข่ายเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 35 (4)
เมื่อภายหลังปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นทนายความอาจมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนหรือมีลักษณะต้องห้าม สำนักงานทะเบียนทนายความจึงเห็นควรเสนอคณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาดำเนินการตาม มาตรา 43 ของกฎหมายดังกล่าว
จากนั้น คณะกรรมการสภาทนายความได้พิจารณาเรื่องนี้ในการประชุม ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 โดยเห็นว่า นายณัฐวุฒิเคยรับราชการอัยการและถูกลงโทษไล่ออกจากราชการเมื่อปี 2561 แต่ในคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตทนายความไม่ปรากฏการแจ้งข้อมูลดังกล่าว ซึ่งถือเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่อาจมีผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
ท้ายที่สุด คณะกรรมการสภาทนายความมี มติเอกฉันท์ให้จำหน่ายชื่อนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ออกจากทะเบียนทนายความ ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 35 (4) ประกอบมาตรา 43 วรรคหนึ่ง

