ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- เศร้า...ยายคำมั่น น้องสาวร่วมสายเลือด “หลวงพ่อคูณ” เกจิดังอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โคราช เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ด้วยโรคชรา สิริรวมอายุ 100 ปี 2 เดือน 2 วัน เผยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับหลวงพ่อคูณคนสุดท้าย กำหนดพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ใน 24 ส.ค.ที่วัดสิงหาราม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
วันนี้ ( 22 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งข่าวเศร้าว่า คุณยายคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ นามสกุลเดิม “ฉัตรพลกรัง” น้องสาวร่วมสายเลือด กับ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เกจิชื่อดัง “เทพเจ้าแห่งที่ราบสูง” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยโรคชราในบ้านพัก ที่บ้านเกาะลัง ต.เกาะลัง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 01.49 น.
โดยหลวงพ่อคูณ และ คุณยายคำมั่น เติบโตและสู้ชีวิตเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากสูญเสียบิดา-มารดาตั้งแต่ยังเล็ก และเมื่อหลวงพ่อคูณ ได้มรณภาพลง คุณยายคำมั่น เคยเป็นตัวแทนญาติเดินทางไปยื่นหนังสือต่อมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขอรับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ กลับมาบำเพ็ญกุศลที่ วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จนมาครั้งนี้ คุณยายคำมั่น ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ สิริรวมอายุ 100 ปี 2 เดือน 2 วัน
นายบุญเทิด วงษ์กาญจนรัตน์ ลูกชายคนที่ 2 ของคุณยายคำมั่น เปิดเผยว่า คุณแม่กับหลวงพ่อคูณ เป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน โดยหลวงพ่อคูณ เป็นคนที่ 1 คุณแม่เป็นคนที่ 2 และมีน้องสาวอีกหนึ่งคนแต่ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยปกติแล้ว คุณแม่จะอยู่ที่บ้านบัวชุม ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี แล้วพอมาช่วงหนึ่งที่ท่านป่วย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ น้องชายของตนคือ นายสุดท้าย วงษ์กาญจนรัตน์ จึงขอรับแม่ไปดูแล ที่บ้านเกาะรัง ตำบลเกาะรัง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
ในขณะนั้น ช่วงแรกๆ คุณแม่ก็สามารถทานอาหารได้ โดยการป้อนอาหารให้คุณแม่เป็นประจำ แต่เรื่องการช่วยเหลือตัวเอง ลุกนั่ง ก็จะลำบาก ต้องอาศัยคนช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ แต่มาระยะหนึ่ง รู้สึกว่า การรับประทานอาหารด้วยตัวเองจะเป็นไปได้ยาก ไม่สามารถที่จะกลืนอาหารได้เอง จึงต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการให้อาหารทางสายยาง ประมาณ 2 เดือน และพอมาช่วงระยะสุดท้าย ปรากฏว่า ร่างการคุณแม่ไม่รับอาหารแล้ว พอให้อาหารทางสายยางลงไป ระบบการทำงานทางเดินอาหารก็จะหยุดทำงาน อาหารไม่ย่อย ก็จะเกิดอาการกระตุก หายใจไม่สะดวก ความดันก็เริ่มเปลี่ยน ในที่สุดความดันก็ลด
กระทั่งคุณแม่ลาจากพวกเราไป ในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 01.49 น.ที่บ้านพัก ซึ่งคุณแม่ได้ทำการบริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลขอนแก่น แต่เนื่องจากร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะนำร่างไปเป็นอาจารย์ใหญ่ จึงไม่ได้นำร่างส่งให้โรงพยาบาลขอนแก่น
สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศล ทางครอบครัวและญาติได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดสิงหาราม ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา และมีกำหนดประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ เป็นกรณีพิเศษ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 16:00 น. ที่วัดสิงหาราม ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

