xs
xsm
sm
md
lg

“พิษณุโลก” ปืนหายจากระบบกว่า 2 พันกระบอก-คนโดนอ้างชื่อซื้อกว่า 300 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พิษณุโลก – ผู้ว่าฯ พร้อมรองอธิบดีกรมการปกครอง ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ เปิดปฏิบัติการ “ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว” หลังพบอาวุธปืนหายจากระบบ มีแต่ใบอนุญาตให้ซื้อหรือ ป3 แต่ไม่มียื่นขอใบ ป4 มากสุดในประเทศถึง 2,255 กระบอก ขณะที่มีคนโดนอ้างชื่อซื้อปืนสวัสดิการมากกว่า 300 ราย บางส่วนส่งออกชายแดนขายชนกลุ่มน้อย ผช.ผญบ.บางรายชื่อโผล่ซื้อเป็นสิบทั้งที่ไม่รู้เรื่อง

ผู้ที่ถูกแอบอ้างชื่อขอใบอนุญาตซื้อปืนสวัสดิการ (ป3)
วันนี้(22 ส.ค.) นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และนายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภอเมืองพิษณุโลก แถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ “ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว” เพื่อเร่งตรวจสอบและติดตามอาวุธปืนที่สูญหายออกจากระบบการควบคุมในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 2,255 กระบอก

นายกิตติศักดิ์ ผู้ว่าฯพิษณุโลก กล่าวว่า ตามนโยบายกวาดล้างอาวุธปืนเถื่อน โดยอาศัยช่องทางปืนสวัสดิการ ซึ่งที่ผ่านมา จ.พิษณุโลก มีการใช้ช่องทางดังกล่าว ขอใบอนุญาต ป.3 แต่ยังไม่มีซื้อปืนแต่อย่างใด ถือว่าผิดปกติมาก ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ร้องขอศาลจังหวัดพิษณุโลกออกหมายค้นร้านค้าปืนเมืองพิษณุโลกเเละบ้านบุคคลต้องสงสัยตามหมายค้น

โดยมีนายทะเบียนท้องที่นำตรวจร้านขายปืนทั่วเมืองพิษณุโลก และพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกนำเอาสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปปลอมเพื่อซื้อปืนแบบผิดกฎหมาย ซึ่งในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 300 กว่าราย

นายณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองตรวจพบความผิดปกติของระบบอาวุธปืนอำเภอเมืองพิษณุโลก มีผู้ที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) แต่ไม่ได้นำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2569 จำนวน 2,255 ฉบับ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย

กรณีนี้เป็นพฤติการณ์ที่น่าเชื่อได้ว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อใช้ในการซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ จึงสั่งให้ อ.เมืองพิษณุโลก ตรวจสอบและรายงานความผิดปกติกรณีดังกล่าว จากนั้น อธิบดีกรมการปกครอง จึงสั่งการให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สืบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการดังกล่าว


และหลังการเปิดปฏิบัติการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นร้านค้าปืนเเละบ้านนายหน้ากระบวนการค้าปืนเถื่อน รวมถึงตรวจสอบเอกสารการออกใบ ป.3 ของอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่จึงยึดพยานหลักฐานสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ มีไว้ ได้ใช้ ได้มาซึ่งการกระทำความผิด เเละนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด

สำหรับเครือข่ายดังกล่าวคาดว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ มีการวางแผนการทำงานในลักษณะกลุ่มอาชญากร แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยร้านจำหน่ายอาวุธปืนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐอาศัยอำนาจหน้าที่ โดยใช้นายหน้าในการจัดหาและกระจายอาวุธปืนออกนอกระบบ ซึ่งถือเป็นขบวนการทุจริตและเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง

จากการสืบสวนทางลับ ทราบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าอาวุธปืนบางร้าน อาศัยช่องทางนำปืนสวัสดิการออกไปขายให้กับชนกลุ่มน้อย โดยอาศัยช่องทางชายแดนภาคเหนือ ก่อนหน้านี้มีการข่าวว่าขบวนการขนอาวุธปืนออกไปขายถูกสกัดได้ก่อนออกไปชายแดน แต่อาศัยเครือข่ายกว้างขวางหาช่องทางให้ผู้มารับผิดแทน ทำให้ตัวการใหญ่ยังไม่ถูกดำเนินคดี

พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ผลพวงจากการกระทำของขบวนการดังกล่าว คาดว่าส่งผลให้มีอาวุธปืนหลุดรอดไปอยู่ในมือบุคคลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ซึ่งหลังจากนี้จะยังคงเร่งรัดประสานดำเนินการขยายผลต่อเนื่องว่ามีเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นเพิ่มเติมด้วยหรือไม่ และหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

จากการตรวจสอบพบว่ามีร้านปืนแห่งหนึ่งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีโดยชุดปฏิบัติพิเศษกรมการปกครอง กรณีจับกุมขบวนการทุจริตปลอมแปลงใบ ป.3 ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และจะถูกร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีในครั้งนี้อีก ซึ่งกรมการปกครอง จะได้มีหนังสือแจ้งให้อำเภอเมืองพิษณุโลกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้าอาวุธปืนต่อไป

ขอเตือนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับใด หรือเคยดำรงตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน หากใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด หากประชาชนมีข้อร้องเรียน สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือร้องเรียนผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ระหว่างแถลงข่าววันนี้มีผู้เสียหายในแสดงตน และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่จำนวน 3 ราย โดยนางเอมใจ สีสด ผช.ผญบ.หมู่ 1ต.มะขามสูง หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เริ่มแรกเลยจะมีคนมาถามว่าจะซื้อปืนของสวัสดิการไหม ก่อนจะขอบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านแล้วไปดำเนินการเอง ตอนนั้นตนเชื่อแต่ไม่ประสงค์ที่จะซื้อปืนสวัสดิการแต่อย่างใด

“เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตนเมื่อปี 63 ช่วงโควิด ซึ่งตนก็คิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว จนเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้วมีเจ้าหน้าที่ติดต่อโทรมาว่าตนมีชื่อปรากฏอยู่ในเรื่องของการขอใบ ป. 3 เพื่อซื้ออาวุธปืนสวัสดิการจำนวน 13 กระบอก ก็ตกใจมาก ตรวจสอบเพื่อนที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำบลอื่นๆ พบว่าถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์เช่นกัน”

ขณะที่ นายรักษ์ชัย แช่โค้ว ผช.ผบญ.ม.9 ต.บึงพระ ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์ออกใบ ป.3 ซื้อปืน 7 กระบอก นอกจากนี้ยังมีการปลอมแปลงลายเซ็นของตนอีกด้วย มีการแอบอ้างชื่อเอาไปใช้โดยพละการทั้งๆที่ตนไม่ทราบเรื่อง แล้วก็ไม่ทราบว่าเอกสารสำคัญของตนหลุดไปได้อย่างไร เพิ่งมารู้ตัวอีกทีว่าโดนนำชื่อไปสวมสิทธิ์ซื้ออาวุธปืนเมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้เอง

“ยอมรับว่าตกใจมากๆ เพราะไม่เคยซื้อปืนมากขนาดนี้มาก่อน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ เพราะตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้แต่อย่างใด”

ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าปืนเถื่อน รวม 9 ราย ประกอบด้วย อดีตข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย ลูกจ้างส่วนราชการ 2 ราย ผู้ประกอบการร้านค้าอาวุธปืน 1 ราย และนายหน้าขบวนการค้าปืนเถื่อน 3 ราย