“พริษฐ์ ชิวารักษ์”ประณามเดือด “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ล่วงละเมิดทางเพศนักกิจกรรมรุ่นลูก ชี้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่เขียนด้วยมือของทุกคน ถูกลบด้วยเท้าของสมยศ เชื่อคงไม่มีใครร่วมงานอีกแล้ว ด้าน "ใบตองแห้ง" ชี้จบบทบาทแล้วหลังโพสต์คำแก้ตัวที่อ้างว่าเป็นคำขอโทษ แต่คงไม่กระทบขบวนการใหญ่
จากกรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอาวุโส จำเลยคดี ม.112 ถูกเปิดโปงว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศนักกิจกรรมรุ่นลูกที่มีอายุห่างกัน เกือบ 40 ปีนั้น ล่าสุด นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักกิจกรรมทางการเมืองที่ขณะนี้หลบหนีคดีมาตรา 112 ไปอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak ว่า “ในกรณีที่ “คุณ A” ได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ตัวเองถูกล่วงละเมิด ฯ โดยนักเคลื่อนไหวอาวุโสท่านหนึ่ง บัดนี้บางท่านก็คงจะทราบแล้วว่าคือคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกระทำ และแน่นอนว่าขอประณามผู้กระทำ (ก็คือคุณสมยศ) อย่างถึงที่สุด
“ผมเคยติดคุกร่วมกับคุณสมยศและเคยนับถือคุณสมยศในฐานะผู้เสียสละเพื่อการต่อสู้มามาก แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนเมื่อไม่กี่วันนี้ รวมถึงสิ่งที่ได้เคยได้ยินและเคยได้เห็นมาบ้างก่อนหน้านี้ รวมถึงที่เกิดกับผมในช่วงเวลาที่ผมลำบากที่สุด ช่วงเวลาที่คุณสมยศเองควรเห็นใจผมที่สุด แต่ก็มาทำให้ผมได้ทุกข์ร้อนใจในครั้งนั้น ได้ทำลายความเคารพศรัทธาที่ผมมีต่อตัวบุคคลคนนี้จนพังพินาศทั้งหมด
“อันที่จริง เรื่องความรุ่มร่ามของคุณสมยศก็เป็นที่กล่าวถึงมาบ้าง แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ ประพฤติดังกล่าวไม่เพียงเป็นเรื่องโหดร้ายต่อผู้ถูกกระทำ แต่ยังเป็นการทำให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอัน ”เขียนด้วยมือ“ ด้วยเท้า” ของเราทุกคนถูก “ลบด้วยเท้า“ ของคุณสมยศเอง
“ขบวนการเคลื่อนไหวในยุคสมัยนี้ไม่มีองค์กรที่ชัดเจนและเข้มแข็ง จึงยากที่จะบังคับใช้วินัยลงโทษผู้ประพฤติไม่ชอบในทางใดได้ แต่สิ่งที่เห็นว่าพอจะเป็นแนวทางได้นั้นคือการตระหนักและให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมทางเพศให้เป็นบรรทัดฐานของสังคม รวมถุงในหมู่นักเคลื่อนไหวด้วยกันเอง นั่นคือ นักเคลื่อนไหวพึงตระหนักว่าเรื่องเพศไม่อาจแยกขาดกับเรื่องความเป็นธรรมได้ การที่เรื่องเพศเป็นเรื่องในที่ลับมิได้แปลว่าจะเป็นเรื่องที่ทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม
“ในทางปฏิบัติ ผมหวังว่าอย่างน้อย ต่อไปนี้คงไม่มีใครในขบวนการเคลื่อนไหวคิดร่วมงานกับคุณสมยศอีก ส่วนเรื่องทางกฎหมายนั้น ผมไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร หากจะมีการดำเนินการใดก็ควรจะเป็นไปตามสมควร
“แม้ในปัจจุบันผมจะไม่อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้มากนัก แต่ก็ขอยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกระทำ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ดังที่ผู้ถูกกระทำก็ได้บอกเจตนาในการเล่าประสบการณ์ของตนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นไปเพื่อที่จะไม่ต้องมีใครถูกกระทำเช่นนี้อีก” นายพริษฐ์ ระบุ
ด้านนายอธึกกิจ แสวงสุข สื่อมวลชนอาวโส เจ้าของนามแฝง "ใบตองแห้ง" โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk ว่า "หลังคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นแต่บอกว่าเป็นคำขอโทษ ผมว่าเขาก็จบบทบาทแล้วนะ ไม่สามารถชำระล้างชือเสียงกลับมาสู่สถานะเดิม ไม่สามารถไปต่อในสถานะผู้นำหรือแม้แต่ผู้ร่วมขบวน (เพียงแต่มันก็ไม่ได้ลบเรื่องที่เขาต่อสู้เรื่องที่เคยติดคุก และคนที่เคยผูกพันกับเขาระหว่างการต่อสู้ก็อาจยังมีไมตรีคบหาส่วนตัวอยู่)
"มองอีกด้านเรื่องผลกระทบต่อขบวน มันไม่ได้ใหญ่โตอะไรอย่างที่กลัวกัน ขบวนประชาธิปไตย ขบวนแรงงาน ในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นกับผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจไม่กี่คน ขบวนแรงงานในอดีต อาจมีบ้างที่บางคนมีชื่อเสียงสามารถเชื่อมต่อองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ แต่ทุกวันนี้โลกมันถึงกันหมดแล่ว มันไม่ใช่ยุคที่ผู้นำจะผูกขาดมีอำนาจเป็นศาสดา" นายอธึกกิจระบุ

