xs
xsm
sm
md
lg

4 ลำน้ำภาคเหนือ แหล่งสะสมสารพิษ 'น่าน' เฝ้าระวังสถานการณ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผลตรวจช็อก 4 ลำน้ำภาคเหนือปนเปื้อนสารหนูหนัก แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงสาหัส พบสารพิษระดับอันตรายรุนแรงต่อสัตว์หน้าดิน ขณะที่น่านยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมจากฝนระลอกใหม่

ผลตรวจตะกอนดิน 4 ลำน้ำภาคเหนือมีผลออกมาที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากกกรมควบคุมมลพิษพบสารหนูเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะแม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงที่พบสารหนูในระดับ “เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง” ขณะที่บางจุดยังพบปรอท นิกเกิล ตะกั่ว และโครเมียมเกินมาตรฐานด้วย

การตรวจครั้งนี้เป็นการติดตามคุณภาพตะกอนดินครั้งที่ 12 จากการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 7–10 กรกฎาคม 2569 รวม 21 จุด เพื่อติดตามสถานการณ์แม่น้ำกกและลำน้ำที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย

ทั้งนี้ แม่น้ำกก พบสารหนูเกินมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) จำนวน 6 จุด เช่น จุดชายแดนไทย-เมีนมา หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม หมู่ 4 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบสารหนู 23 มก./กก. จุดสะพานมิตรภาพแม่ยาว–ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบสารหนู 11 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.21 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 0.2 (มก./กก.) จุดสะพานริมกก–เวียงเหนือรวมใจ อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู 16 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.27 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน เป็นต้น

ส่วนแม่น้ำสาย พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน 2 จุด ได้แก่ จุดบ้านหัวฝาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชายแดนไทย-เมียนมา พบสารหนู 25 มก./กก. จุดบ้านป่าซางงาม อ.แม่สาย ชายแดนไทย-เมียนมา พบสารหนู 13 มก./กก.

แม่น้ำรวก พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 2 จุดตรวจวัด ได้แก่ จุดบริเวณสถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย พบสารหนู 49 มก./กก.พบค่าปรอท 0.24 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และและพบค่าโครเมียม 45 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และจุดบริเวณปลายแม่น้ำรวก พบสารหนู 55 มก./กก. พบค่านิกเกิล 46 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และพบค่าโครเมียม 61 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน

แม่น้ำโขง พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 4 จุดตรวจวัด ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบสารหนู 66 มก./กก. จุด ตำบลเวียง อ.เชียงแสน พบสารหนู 80 มก./กก. จุดบ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน พบสารหนู 50 มก./กก. จุดบ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย พบสารหนู 68 มก./กก.

จากผลการตรวจวิเคราะห์ บ่งชี้ว่า แม่น้ำกกยังพบสารหนูเกินมาตรฐานในบางจุด ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงพบสารหนูในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ส่วนโลหะหนักชนิดอื่นส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่พบเกินมาตรฐานในบางจุดตรวจวัด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในภาคเหนือควบคู่กัน โดยเฉพาะ จ.น่าน ซึ่งระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและทยอยลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่บริเวณตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันที่ 23 สิงหาคม โดยนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน อย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัว และทยอยลดลง พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่คาดว่า จะกลับมาตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ โดยเน้นติดตามข้อมูลฝน มวลน้ำ และสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือน และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า จากการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านที่ต้องติดตามในวันที่ 23 สิงหาคม ได้แก่ อ.ปัว อ.สองแคว อ.เชียงกลาง และอ.ทุ่งช้าง ซึ่งอาจมีปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชม. ประมาณ 50–70 มม. โดยปริมาณฝนที่คาดการณ์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงฝนหนักที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดินในบางพื้นที่ยังมีความชื้นสะสมจากฝนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“แม้ฝนระลอกนี้คาดว่าจะไม่สูงเท่ากับช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อดินยังมีความชื้นสะสม ความสามารถในการรองรับน้ำฝนใหม่จะลดลง และน้ำอาจไหลลงสู่ลำน้ำได้เร็วขึ้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูล และการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง” น.ส.ลลิดากล่าว