xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ปปช.ลุยสอบซื้อเก้าอี้ นั่งเรียนสถาบันพระปกเกล้า กระตุ้น 'โสภณ' เร่งสะสาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กมธ.ปปช. ลุยสอบปมฉาวเรียกเงิน 5 แสน แลกเก้าอี้เรียนสถาบันพระปกเกล้า จี้ประธานรัฐสภาเร่งสะสางปัญหา กอบกู้ความเชื่อมั่นสถาบันในสังกัด

กรณีข่าวการเรียกรับเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับโควตาเข้าเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือ ปปร. รุ่นที่ 30 ของสถาบันพระปกเกล้า กำลังถูกจับตามองอย่างมาก

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบทั้งกระบวนการ โดยเฉพาะเมื่อสถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เนื่องจากสถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา กมธ.ป.ป.ช. จึงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ โดยจะเชิญผู้เสียหาย ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่ไปแจ้งความ เข้ามาให้ข้อมูลอย่างน้อย 4 เรื่องคือ 1. สอบหาข้อเท็จจริงให้ครบทุกด้าน 2. เรียกเอกสารและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง 3. หากพบมูล ให้ส่งต่อหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ โดยกมธ.จะส่งข้อมูลและพยานหลักฐานให้ประธานรัฐสภา สภาสถาบันพระปกเกล้า คณะกรรมการ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่ และ 4. ปิดช่องโหว่ ไม่ให้เกิดการ ขายโควตาอีก โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กมธ. เพื่อบรรจุเป็นวาระการพิจารณา และออกหนังสือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ในส่วนของสถาบันพระปกเกล้า เห็นว่าควรตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งด้านวินัยและจริยธรรมอย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีอาญาถึงที่สุด เพราะเป็นคนละกระบวนการและสามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้ ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การฉ้อโกง เนื่องจากตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหาสามารถให้คุณให้โทษในการเข้าเรียนได้ และจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาในหลายกรณี อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและสินบน ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินและยอมความไม่ได้ โดยมีความผิดตามกฎหมายทั้งผู้ให้และผู้รับ

ด้าน นางคมคาย สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สิ่งที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า ควรดำเนินการคือ การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนวินัยร้ายแรง หากพบว่ามีมูลควรพิจารณาให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ความโปร่งใสและป้องกันการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และประสาน ป.ป.ช. ไต่สวนตามขั้นตอน เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นของสถาบันพระปกเกล้ากลับคืนมา