xs
xsm
sm
md
lg

ขบวนการ IO อวยฉ่ำ 'AI Passport' รัฐบาลหวังพึ่งแค่ของปลอม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โซเชียลจับตาขบวนการ IO อวยฉ่ำโครงการ TH-AI Passport หลังพบความเห็นหนุนรัฐบาลและโจมตีฝ่ายค้านในแพทเทิร์นเดียวกัน ชี้รัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั่นด้วยผลงานและความโปร่งใส ไม่ใช่พึ่งพากระแสออนไลน์ที่น่าสงสัย

การใช้ IO หรือ ปฏิบัติการข่าวสาร กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังพบความเคลื่อนไหวในชีโซเชียลจำนวนหนึ่งที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการ TH-AI Passport ในลักษณะคล้ายคลึงกัน พร้อมกับมีข้อความโจมตีฝ่ายที่เห็นต่างอย่างชัดเจน

กรณีนี้ถูกตั้งข้อสังเกตโดย “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังพบข้อความในลักษณะชื่นชมโครงการ เช่น การระบุว่ายอดลงทะเบียนสูง ประชาชนให้การตอบรับดี หรือโครงการมีประโยชน์ แต่ท้ายข้อความกลับตามมาด้วยการโจมตีฝ่าย “ส้ม” เช่น “ส้มต้องยอม” “ส้มเน่าต้องพัก” หรือ “ดีกว่าฝั่งส้ม”

สิ่งที่น่าสนใจจากกรณีนี้ คือ ความคิดเห็นเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ใต้โพสต์ของนักการเมืองพรรคประชาชนเท่านั้น แต่ไปปรากฏใต้โพสต์ของ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาตั้งคำถามและตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport เช่นกัน

แน่นอนว่า จากภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบัญชีเหล่านี้เป็นบอตหรือ IO และไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีหน่วยงานใดอยู่เบื้องหลัง การจะพิสูจน์เรื่องนี้จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลมากกว่านั้น ทั้งประวัติของบัญชี เวลาในการโพสต์ รูปแบบข้อความ พฤติกรรมการแชร์ และความเชื่อมโยงระหว่างบัญชีต่าง ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดคำถาม และควรมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ เป็นเพราะปฏิบัติการข่าวสารในปัจจุบันไม่ได้จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของบัญชีปลอมจำนวนมากที่โพสต์ข้อความเหมือนกันทั้งหมด แต่อาจเป็นการส่งต่อข้อมูลหรือชุดข้อความเดียวกันไปยังคนหลายกลุ่ม จากนั้นปล่อยให้แต่ละคนช่วยกันเผยแพร่ต่อ จนเกิดภาพว่ามีประชาชนจำนวนมากกำลังพูดเรื่องเดียวกันและสนับสนุนไปในทิศทางเดียวกัน

เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียมีผลต่อการรับรู้ของประชาชนจำนวนมาก คนที่ไม่ได้ติดตามรายละเอียดของโครงการอาจเห็นข้อความสนับสนุนซ้ำ ๆ แล้วเข้าใจว่าโครงการได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าคนส่วนใหญ่คิดเช่นนั้นจริงหรือไม่

สำหรับโครงการ TH-AI Passport เอง มีประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบและถกเถียงอย่างเปิดเผยอยู่แล้ว ทั้งเรื่องงบประมาณประมาณ 1.6 พันล้านบาท เป้าหมายประชาชน 5 ล้านคน ความคุ้มค่า การจัดซื้อจัดจ้าง การใช้ข้อมูล และตัวชี้วัดความสำเร็จ

ดังนั้น การที่มีคนออกมาตั้งคำถามกับโครงการจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการโจมตีรัฐบาลโดยอัตโนมัติ และการที่มีคนสนับสนุนโครงการก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการช่วยรัฐบาลโดยอัตโนมัติเช่นกัน ทุกฝ่ายควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและเหตุผล

แม้ว่าในเรื่องนี้ผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันว่า ภาครัฐไม่มีนโยบายและไม่สามารถใช้งบประมาณว่าจ้าง IO เพื่อสร้างกระแส พร้อมยืนยันว่าในโครงการ TH-AI Passport ไม่มีการจัดสรรหรือซ่อนงบประมาณสำหรับการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคำถามเรื่องกระแสออนไลน์จะจบลงทันที เพราะสิ่งที่สังคมกำลังตั้งคำถามไม่ได้มีเพียงเรื่องรัฐบาลจ้าง IO หรือไม่ แต่ยังรวมถึงว่า มีใครกำลังสร้างหรือขยายกระแสสนับสนุนโครงการอย่างเป็นระบบหรือไม่

ที่สำคัญ ภาครัฐไม่ควรใช้จำนวนความคิดเห็นบนโลกออนไลน์เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เพราะจำนวนคอมเมนต์หรือยอดแชร์ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าโครงการมีประโยชน์หรือคุ้มค่ากับงบประมาณ

สิ่งที่จะพิสูจน์เรื่องเหล่านี้ได้คือข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น รายละเอียดโครงการ งบประมาณ สัญญา วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง การใช้ข้อมูลประชาชน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง

เพราะว่า รัฐบาลไม่ได้อยู่ได้ด้วยจำนวนคอมเมนต์ที่สนับสนุนรัฐบาล และไม่ได้อยู่ได้ด้วยการทำให้ฝ่ายตรงข้ามถูกกลบด้วยเสียงในโลกออนไลน์
รัฐบาลอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจของประชาชน
และความไว้วางใจนั้นไม่ได้สร้างด้วย IO แต่สร้างด้วยผลงาน ความโปร่งใส และคำตอบที่ตรวจสอบได้