รัฐบาลส่งสัญญาณชัด เปิดรับนักท่องเที่ยวแต่คุมเข้มคนทำผิดกฎหมาย พร้อมถอนวีซ่าทันที เดินหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ 1 ตุลาคมนี้
รัฐบาลเดินหน้าคุมเข้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายและก่อความวุ่นวายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยยืนยันมาตรการเพิกถอนวีซ่าเป็นรายบุคคล ขณะเดียวกันยังเร่งสร้างความเข้าใจเรื่องกฎหมายและวัฒนธรรมไทยแก่นักท่องเที่ยว ก่อนเดินทางเข้าประเทศ พร้อมเดินหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” คาดเริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2569 หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจภายในประเทศ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ก่อความวุ่นวายและทำตัวไม่เหมาะสมในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งเกาะสมุยและจังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า นักท่องเที่ยวที่ก่อปัญหาได้ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ แต่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเคารพวัฒนธรรมไทยอย่างเคร่งครัด พร้อมแสดงจุดยืนชัดเจนว่าประเทศไทยจะไม่ยอมให้ใครใช้พื้นที่เป็นสัญลักษณ์หรือสร้างความขัดแย้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม มาตรการเพิกถอนวีซ่าจะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยไม่ใช้วิธีเหมาเข่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อป้องกันปัญหาบานปลาย นายกรัฐมนตรีได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานในพื้นที่ ให้เร่งจัดการและเพิกถอนวีซ่าผู้กระทำผิดทันที ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ประสานงานกับ ททท. สถานทูต และสายการบิน เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมาย วัฒนธรรมไทย และช่องทางขอความช่วยเหลือแก่ต่างชาติก่อนเดินทางลงสู่ประเทศไทย โดยชี้ว่าตำรวจท่องเที่ยวพร้อมเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง ที่ให้คำแนะนำและดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา
รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างไทยเที่ยวไทยพลัส" มีความพร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยคาดว่าจะเสนอเสนอต่อที่ประชุม ครม. ในเดือนกันยายนนี้ สำหรับการดำเนินโครงการจะใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงิน เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ วงเงินประมาณ 3,500 ล้านบาท โดยอาจมีการพิจารณาขยายสิทธิ์เพิ่มเป็น 1 ล้านสิทธิ์ เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างเต็มที่และไม่ให้เกิดรอยต่อในการใช้งานของประชาชน

