เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งร่างข้อตกลงด้านพลังงานนิวเคลียร์พลเรือนกับซาอุดีอาระเบียไปยังสภาคองเกรสแล้ว โดยยืนยันว่าข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียสถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติกับอิสราเอลเสียก่อน
ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในเดือน ก.ค. และจะอนุญาตให้บริษัทของสหรัฐฯ ส่งออกเทคโนโลยีนิวเคลียร์พลเรือนไปยังซาอุดีอาระเบีย ได้ถูกส่งไปให้สภาคองเกรสพิจารณาเมื่อวันจันทร์ (24) ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม
สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังไม่ตอบคำขอความคิดเห็นในทันที
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทรัมป์ คาดหวังว่าการส่งข้อตกลงนิวเคลียร์ไปยังสภาคองเกรส ซึ่งมีเวลาพิจารณา 90 วันทำการ จะช่วยให้เป้าหมายของเขาบรรลุผลได้อย่างไร
“จุดยืนของประธานาธิบดีไม่ได้เปลี่ยนแปลง ข้อตกลงจะเดินหน้าต่อไปได้ก็ต่อเมื่อซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวในอีเมล โดยอ้างถึงข้อตกลงที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างอิสราเอลและกลุ่มชาติอาหรับและประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เพื่อให้ชาติเหล่านี้ยอมสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐยิว
ข้อตกลงอับราฮัมซึ่งบรรลุผลในปี 2020 และ 2021 เป็นข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน โมร็อกโก และซูดาน
ไม่กี่วันหลังจากตกลงทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับซาอุดีอาระเบียในเดือน ก.ค. ทรัมป์ ได้กำหนดให้การปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลเป็นปกติเป็นเงื่อนไขหลักที่จะทำให้ข้อตกลงนิวเคลียร์ซาอุฯ มีผลบังคับใช้
อดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน ก็ได้ผลักดันข้อตกลงนิวเคลียร์เช่นกัน และต้องการเชื่อมโยงข้อตกลงดังกล่าวกับข้อตกลงอื่นๆ นักการทูตคิดว่าริยาดใกล้จะยอมสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลเป็นปกติในปี 2023 อยู่แล้ว แต่การปะทุของสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2023 ได้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์อย่างถาวร ก่อนที่จะริยาดยอมรับอิสราเอล
ข้อตกลงนิวเคลียร์ 30 ปีนี้กำหนดให้มีการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ AP1000 ซึ่งเป็นโครงการมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ Westinghouse บริษัทร่วมทุนระหว่าง Cameco จากแคนาดา และ Brookfield Asset Management
ข้อตกลงดังกล่าวถูกส่งไปยังบรรดาผู้นำในสภาคองเกรสแล้ว และคาดว่าจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการในวันพุธ (26) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว หากสภาคองเกรสไม่คัดค้านข้อตกลงภายใน 90 วันทำการ ข้อตกลงนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ แต่สภาคองเกรสปฏิเสธข้อตกลงนี้ ทรัมป์ ก็ยังสามารถใช้สิทธิ์วีโตได้ ซึ่งจะต้องใช้เสียงข้างมาก 2 ใน 3 ของสภาคองเกรสเพื่อล้มล้างการวีโต
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตและผู้สนับสนุนการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์บางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงนิวเคลียร์นี้ว่า ไม่ได้ห้ามซาอุดีอาระเบียจากการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม หรือการแปรรูปกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นสองหนทางที่เป็นไปได้ในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตกลงที่จะใช้มาตรการดังกล่าวซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘’มาตรฐานทองคำ‘’ ในข้อตกลงนิวเคลียร์พลเรือนที่ทำกับสหรัฐฯ เมื่อปี 2009
ฝ่ายบริหารของ ทรัมป์ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้มีมาตรการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ตามที่กฎหมายกำหนด
เฮนรี โซโคลสกี หัวหน้าศูนย์การศึกษาด้านนโยบายไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ชี้ว่า การเริ่มต้นกระบวนการนี้ของ ทรัมป์ ได้เปิดโอกาสให้สภาคองเกรสอาจอนุญาตให้ข้อตกลงดำเนินต่อไปปราศจากข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำให้เป็นปกติและการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์
"นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เหมาะสมเลย หากคุณจริงจังกับการไม่เปิดทางสู่การเสริมสมรรถนะเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และการยอมรับอิสราเอล" โซโคลสกี กล่าว
ที่มา: รอยเตอร์

