ซีรีส์ : ถอดรหัสเครือข่ายทุนยิว ยึดแผ่นดินท่องเที่ยวไทย EP.2(จบ) ผ่าวิศวกรรมฟอกเงินยิวฮุบที่ดินไทย รัฐไม่ได้ภาษี - บี้เร่งเช็กบิล
การยึดครองพื้นที่ในเมืองท่องเที่ยว ตั้งแต่ปาย พะงัน สู่หาดป่าตอง ภูเก็ตของกลุ่มทุนอิสราเอล ไม่ใช่แค่ “ขบวนการนอมินี” รายย่อย เพราะปรากฏการณ์นี้หมายถึง “วิศวกรรมทางการเงินข้ามชาติ” ที่ใช้ช่องโหว่ภาษีระหว่างประเทศ และระบบบัญชีซับซ้อน ฟอกทุนล่องหนเข้ามาฮุบอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างแยบยล
นับเป็นปฏิบัติการปล้นอธิปไตยทางการเงินและความมั่นคงของประเทศ โดยที่รัฐบาลไทยไม่ได้ภาษีสักบาทเดียว!”
ท่อส่งเงินล่องหน ฮุบอสังหาฯ ไทย
เงื่อนงำใหญ่ของขบวนการนี้ถูกเปิดแผลครั้งสำคัญโดย เพจ CSILA ร่วมกับการสืบค้นฐานข้อมูลองค์กรสาธารณกุศลในสหรัฐอเมริกา (Charity Navigator และ Cause IQ) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า จุดเริ่มต้นของเส้นเงินนี้มีจุดเริ่มขึ้นในสหรัฐฯ ผ่านการใช้องค์กรสาธารณกุศลประเภท 501(c)(3) ภายใต้ชื่อ American Friends of Chabad of Thailand Inc. (EIN: 03-0498942) จดทะเบียนอยู่ที่เมือง Port Washington รัฐนิวยอร์ก
จากการเจาะลึกแบบฟอร์มยื่นภาษี IRS Form 990 ตลอดช่วง 12 ปีที่ผ่านมา พบตัวเลขมหาศาลว่า มีเงินบริจาคไหลเข้าองค์กรนี้กว่า 31.79 ล้านดอลลาร์ และมีการโอนเงินออกนอกสหรัฐฯ สูงถึง 24.33 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 800–1,000 ล้านบาท!
ความอึมครึมที่สุ่มเสี่ยงต่อการฟอกเงินข้ามแดน ปรากฏอยู่ในรายงาน Schedule F (Statement of Activities Outside the United States) ซึ่งตามกฎหมายสรรพากรสหรัฐฯ ระบุว่า หากมีการส่งเงินออกนอกประเทศเกิน $5,000 เหรียญ จะต้องแสดงรายละเอียดชื่อองค์กรผู้รับปลายทางเพื่อความโปร่งใส แต่ในเอกสารยื่นภาษีของมูลนิธิดังกล่าว กลับ “เว้นว่างไม่ระบุตัวตนผู้รับปลายทาง” ไว้ตลอดหลายปี
เพจ CSILA ตั้งข้อสงสัยว่า ผู้บริจาคต้นทางได้สิทธินำยอดไปลดหย่อนภาษีในต่างประเทศ แต่เงินปลายทางกลับถูกโอนเข้าข้ามชาติโดยไร้การระบุตัวตนผู้รับ ซึ่งเป็นช่องโหว่คลาสสิกของการย้ายเงินโดยปราศจากการตรวจสอบ
นี่คือกลไก Tax-Exempt Conduit หรือท่อเงินล่องหนคลาสสิก ต้นทางนำยอดบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีในอเมริกาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ปลายทางกลับโอนข้ามแดนเข้ามาในไทยแบบไร้ตัวตนผู้รับ... มันคือการล้างที่มาของเงินทุนให้สะอาด ก่อนจะนำเงินก้อนนี้มาหมุนเวียนกว้านซื้อที่ดินและธุรกิจในไทย!”
เมื่อเงินกุศลล่องหนถูกล้างจนสะอาด แล้วนำมาฉีดเข้าสู่ระบบอสังหาริมทรัพย์ไทย... การที่รัฐบาลไทยยังคงปิดตาข้างหนึ่งมานมนาน จึงไม่ต่างจากการยอมให้แผ่นดินเกิดกลายเป็นเครื่องมือฟอกภาษีและทำลายระบบการเงินของประเทศ!
แฉกลลวง "เงินกู้แทนทุน"
เมื่อเงินบริจาคข้ามแดนเข้ามาในไทย ขบวนการนี้ไม่ได้ใช้วิธีเพิ่มทุนจดทะเบียนตรงๆ เพราะจะไปติดข้อบังคับตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และประมวลกฎหมายที่ดิน แต่สลับไปใช้เทคนิค “แปลงทุนต่างชาติให้กลายเป็นเงินกู้ระยะยาว” แทน
ข้อมูลจากการบุกเข้าตรวจสอบเชิงลึกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงาน ปปง. และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับเบาะแสที่ เพจ CSILA นำมาเปิดเผย ได้กางงบการเงินของเครือข่ายธุรกิจ 29 บริษัท ออกมาให้เห็นความเน่าเฟะ
ในบรรดา 29 บริษัท พบถึง 15 บริษัทที่ระบุในเอกสารแรกเริ่มว่า "คนไทยถือหุ้น 100%" เพื่อสร้างภาพว่าเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย แต่เมื่อเอ็กซเรย์งบการเงินกลับพบว่า ทั้ง 15 บริษัทซุกสินทรัพย์รวมกันกว่า 713 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรูปของ "เงินกู้ระยะยาวจากต่างประเทศ" ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบความผิดปกติขั้นร้ายแรงเมื่อบริษัทในเครือข่ายถึง 28 บริษัท ถูกนั่งบริหารจัดการโดยกรรมการที่เป็นบุคคลแปลงสัญชาติเพียงคนเดียว
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน CIB รายหนึ่งเปิดเผยถึงกลลวงนี้ว่า หน้าเสื่อระบุว่าคนไทยถือหุ้น 100% แต่ในบัญชีกลับแบกหนี้ต่างชาติ 713 ล้านบาท แล้วมีกรรมการแปลงสัญชาติคนเดียวนั่งคุม 28 บริษัท... กลไกนี้ทำขึ้นเพื่อโอนเงินกำไรกลับออกนอกประเทศในรูปของ ‘การจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้’ ซึ่งสามารถนำไปลงเป็นรายจ่ายทางบัญชีเพื่อลดฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทยได้ รัฐบาลไทยจึงไม่ได้ภาษีจากผลกำไรเลยแม้แต่บาทเดียว
เมื่อทุนต่างชาติสูบผลประโยชน์ผ่านดอกเบี้ยเงินกู้ส่งกลับประเทศต้นทาง โดยมีกรรมการคนเดียวนั่งเป็นหุ่นเชิด 28 บริษัท... DSI และ ปปง. ต้องเร่งมือเพื่อนำไปสู่กระบวนการยึดอายัดอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ อย่าปล่อยให้ต่างชาติยึดแผ่นดินไทยลอยนวล!
ตลาดใต้ดิน - "Soul of Thailand"
นอกเหนือจากกลไกทางบัญชี ขบวนการนี้ยังเปิดปฏิบัติการเชิงรุกผ่านตลาดใต้ดินภาษาฮีบรูอย่างเปิดเผย จากการตรวจสอบโดเมนอินเทอร์เน็ตที่ลงท้ายด้วย .co.il (รหัสประเทศอิสราเอล) เช่น kophanganisrael.co.il หรือ chabadthailand.co.il พบการจัดทำแคมเปญการตลาดอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติภายใต้ชื่อ "Soul of Thailand"
ยุทธศาสตร์การตลาดมุ่งเป้าไปที่กลุ่มทุนและชาวต่างชาติที่ต้องการย้ายฐานเงินทุนหนีภัยสงครามในตะวันออกกลางโดยชูจุดขายการันตีผลตอบแทนการเช่า พูลวิลล่าและคอนโดมิเนียมในเกาะพะงัน สมุย และภูเก็ต สูงถึง 6–10% ต่อปี
บนเว็บไซต์ภาษาฮีบรูมีการระบุข้อมูลชี้นำช่องโหว่กฎหมายไทยอย่างเปิดเผย โดยอ้างว่าประเทศไทยไม่มีระบบภาษีทรัพย์สินที่เข้มงวด พร้อมกับให้คำแนะนำวิธีใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น 51% บังหน้า เพื่อให้คนต่างชาติเข้าครอบครองพูลวิลล่าได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ การทำสัญญาและรับชำระเงินมัดจำส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในต่างประเทศ หรือผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Crypto/P2P)
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ดั้งเดิมในพื้นที่เกาะพะงัน สะท้อนความจริงอันว่า โฆษณาเป็นภาษาฮีบรูชวนเชื่อ Yield 8–10% พร้อมสอนวิธีใช้นอมินีอย่างเปิดเผย... ดีลซื้อขายเกิดขึ้นนอกประเทศ เงินโอนผ่านคริปโทฯ กรมที่ดินไม่ได้ค่าธรรมเนียมการโอน สรรพากรไม่ได้ภาษีธุรกิจเฉพาะแม้แต่บาทเดียว แต่พูลวิลล่าบนเกาะถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในเครือข่ายต่างชาติเรียบร้อยแล้ว!
เมื่ออสังหาริมทรัพย์ไทยถูกเร่ขายบนเว็บไซต์ต่างชาติผ่านดีลใต้ดินภาษาฮีบรู... แผ่นดินทองของไทยจึงกลายเป็นเพียงแคตตาล็อกสินค้าในมือทุนข้ามชาติ ที่คนไทยได้แค่มอง แต่ไม่มีปัญญาครอบครองแม้กระทั่งในบ้านเกิดตนเอง!
บี้รัฐบาลจัดระเบียบ "ยิว-ทุนจีน"
ทุกครั้งที่มีการเปิดแผลหรือเข้าตรวจสอบกลุ่มทุนข้ามชาติเหล่านี้ สิ่งที่ขบวนการต่างชาติและผู้เสียประโยชน์มักจะนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันเสมอ คือการดึงข้ออ้างเรื่อง "การเหยียดเชื้อชาติ"ขึ้นมาเบี่ยงเบนประเด็น
นาทีนี้ สื่อมวลชนและสังคมไทยต้องร่วมกันปักหลักชูประเด็นให้คมชัดว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องการเหยียดเชื้อชาติหรือศาสนา แต่คือเรื่องความบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐไทย!”สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องไม่ใช่การไล่คนต่างชาติ แต่คือการปราบปรามขบวนการนอมินี การฟอกเงิน และการทำผิดกฎหมายที่กัดเซาะอธิปไตยทางเศรษฐกิจของประเทศ
คำถามสไตล์ “สนธิทอล์ก” ที่ส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลไทยจะเลิกเกียร์ว่าง และสั่งการเช็กบิลขบวนการนี้อย่างเป็นระบบ? ไม่ใช่ไฟไหม้ฟางดับกระแสเรียกร้องของประชาชนในหัวเมืองท่องเที่ยวที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
หมุดหมายที่ต้องออกคำสั่งเชือด
1. กรมสรรพากร & ปปง.:ต้องใช้อนุสัญญาความร่วมมือทางภาษีระหว่างประเทศ ประสานงานกับ IRS ของสหรัฐฯ ตรวจสอบเส้นทางการเงินบริจาค 24.33 ล้านดอลลาร์ ในแบบฟอร์ม 501(c)(3) ว่าโอนเชื่อมโยงมาเป็น "เงินกู้ระยะยาว 713 ล้านบาท" ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยหรือไม่!
2. DSI & กรมพัฒนาธุรกิจการค้า : ต้องเข้ายึดอายัดและทลายโครงข่าย Single-Director Network 28 บริษัท พร้อมสั่งเอ็กซเรย์ขบวนการนอมินี รปภ. เงินเดือน 14,000 บาท และการสวมสิทธิบัตรประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 8 ในภูเก็ตและพะงันอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่ตรวจแค่เอกสารกระดาษ
3. กระทรวงมหาดไทย & ตำรวจท่องเที่ยว: บังคับใช้กฎหมายผังเมือง ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด เข้าทลายโรงเรียนเถื่อน ศูนย์เรียนรู้ปิด และธุรกิจพูลวิลล่าไร้ใบอนุญาต โดยไม่เกรงใจนโยบาย Soft Diplomacy
4. จัดระเบียบทุนข้ามชาติแบบสองทาง:รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการปราบปรามทั้ง "อาณาจักรเงินปิดทุนยิว" ในเมืองท่องเที่ยว และ "ทุนจีนเทา/ศูนย์เหรียญ" ที่กินรวบภาคอุตสาหกรรม เพื่อทวงคืนความเท่าเทียมให้ผู้ประกอบการไทย
หากผู้บริหารประเทศยังคงปล่อยให้อำนาจ "เงินง้างได้ทุกข้อจำกัด" ของระบบราชการไทยดำเนินต่อไป... อีกไม่นานประเทศไทยจะกลายเป็นสวรรค์ของอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ และประชาชนคนไทยจะกลายเป็นเพียงพลเมืองชั้นสองในประเทศของตนเอง.
ย้อนอ่านซีรีส์ : ถอดรหัสเครือข่ายทุนยิว ยึดแผ่นดินท่องเที่ยวไทย EP.1 จาก“ปาย” ถึง “ภูเก็ตไม่ทน”! แฉ “ทัวร์ศูนย์เหรียญยิว” รัฐไทยเกียร์ว่าง... เมื่อ “เงินง้างได้ทุกข้อจำกัด”

