xs
xsm
sm
md
lg

“กิติภณ” ผอ.ข่าวกรองคนใหม่ กับภารกิจ รู้เขา รู้เรา เรื่องโจรใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อช่วงวันที่ 22-23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดเหตุพร้อมกันหลายจุด รวม 75 เหตุการณ์ ใน 4 จังหวัด มีผู้บาดเจ็บ 11 คน และทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก

เกิดคำถามตามมาทันทีว่า “การข่าวกรอง” ของเราบกพร่อง ผิดพลาดหรือไม่ หรือว่ารู้เบาะแสแล้ว รายงานและข้อมูลถูกส่งไปถึงคนที่มีอำนาจสั่งการเร็วแค่ไหน

...คนมีอำนาจสั่งการประเมินสถานการณ์ต่ำไปหรือไม่ การวางแผนรับมือทำได้เหมาะสม ทันเวลาหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงออกมาปฏิเสธเรื่องการข่าวล้มเหลว โดยบอกว่ามีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ หรือเป้าหมายอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถป้องกันเหตุที่เกิดพร้อมกันจำนวนมากได้ ต้องมาประเมินการทำงานปิดจุด อุดช่อง กันใหม่
ต่อมา ในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ประชุม ครม.ได้แต่งตั้ง “กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์” รอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ขึ้นเป็น ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แทน “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผอ.สำนักข่าวกรองคนปัจจุบัน

ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์
เรื่องจึงถูกโยงว่า เป็นเพราะสถานการณ์ภาคใต้หรือไม่ ทำให้ต้องเปลี่ยนตัว ผอ.ข่าวกรอง ทั้งๆ ที่การพ้นตำแหน่งของ“ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” นั้นเป็นเพราะจะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย.นี้

และเรื่องนี้ ไม่ได้เพิ่งถูกคิดขึ้นหลังเหตุป่วนใต้ เพราะมีข่าวตั้งแต่ วันที่ 16-17 ส.ค.แล้วว่า “กิติภณ” เป็นตัวเต็งที่จะขึ้นแทน “ฐนัตถ์” โดยเหตุผลหนึ่งที่รายงาน คือ ในบรรดารอง ผอ.นั้น “กิติภณ” เป็นคนเดียวที่ยังเหลืออายุราชการ ขณะที่รอง ผอ. อีกสองคน จะเกษียณในวันที่ 30 ก.ย.นี้เช่นกัน

“กิติภณ” เป็นรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ จบปริญญาตรี รัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ปริญญาโท สังคมศาสตร์ (รัฐศาสตร์) ม.เกษตรศาสตร์

เส้นทางการทำงาน เคยเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้าย กอง 14 สขช. ... เลขานุการรอง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ...อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ... ผู้อำนวยการสำนัก 6 สขช. ก่อนขึ้นเป็น รองผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

ถ้าดูจากประวัติการทำงาน จะเห็นได้ว่า “กิติภณ” เป็น “สายข่าวกรอง-ต่อต้านการก่อการร้าย- การต่างประเทศ”
ไม่ใช่คนที่มาจากสายทหาร ไม่ใช่ตำรวจ และ ไม่ใช่นักการเมือง

แต่เป็น ข้าราชการข่าวกรองอาชีพ ที่ขึ้นมาจากภายในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์
ประสบการณ์ ต่อต้านการก่อการร้าย ทำให้เขามีพื้นฐานตรงกับโจทย์ภัยความมั่นคงรูปแบบที่ชายแดนใต้ กำลังเผชิญอยู่พอสมควร

ส่วนประสบการณ์ที่ ปักกิ่ง ก็สะท้อนว่า เขาไม่ได้ทำแต่งานข่าวภายในประเทศ แต่เคยผ่านงานข่าวสาร และการทูตในต่างประเทศด้วย

ดังนั้น ในเชิงคุณสมบัติและสายงาน ถือว่าเหมาะมากกับการขึ้นมาเป็น ผอ.ข่าวกรองฯ และก็พอจะบอกได้ว่า “กิติภณ” ขึ้นมาในจังหวะที่ รัฐบาลกำลังต้องการ “ยกเครื่องการข่าว”

โดยเฉพาะในสถานการณ์ภาคใต้ที่เพิ่งผ่านไป กับคำถามที่ว่า ข่าวมาจากไหน วิเคราะห์อย่างไร ข่าวถูกส่งต่อให้ใครแล้วทำไมจึงหยุดการก่อเหตุไม่ได้!

นี่คือโจทย์ใหญ่ของ ผอ.ข่าวกรองคนใหม่ กับเหตุความรุนแรงในภาคใต้

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้ ไม่ใช่แค่ว่า “กิติภณ” จะอยู่กี่ปี แต่คือ เขาจะปรับโครงสร้าง และวิธีทำงานข่าวกรองอย่างไร โดยเฉพาะสายข่าวชายแดนใต้

เพราะถ้าอีก 2-3 เดือน เกิดเหตุลักษณะเดิมขึ้นมาอีก คำถามจะไม่ใช่แล้วว่า “ข่าวกรอง รู้หรือไม่รู้”

แต่จะกลายเป็นว่า “รู้แล้วทำไมยังปล่อยให้เกิด?” ตรงนี้แหละที่จะเป็นตัววัดผลงานของ “กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์”