xs
xsm
sm
md
lg

3 ชาติ 3 ความเชี่ยวชาญ! เบื้องหลัง “ดรีมทีมสตาฟฟ์” พาสาวไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรก

ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือนักกีฬาในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง นั่นคือการผสมผสานทีมงานสตาฟฟ์โค้ชจาก 3 ชาติ ได้แก่ ไทย จีน และญี่ปุ่น ได้อย่างลงตัว

ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยภายใต้การนำของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้สร้างทีมงานที่กระจายหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละคน ก่อนจะกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับทีมไทยให้ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของเอเชีย

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร — รากฐานและหัวใจของทีม

โค้ชอ๊อตรับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมของทีม ทั้งเรื่องแท็กติก การบริหารจัดการนักกีฬา ตลอดจนการสร้างบรรยากาศและความเชื่อมั่นภายในทีม

จุดแข็งสำคัญคือความเข้าใจนักกีฬาไทยและวัฒนธรรมของทีมเป็นอย่างดี ทำให้สามารถบริหารทั้งเรื่องในสนามและนอกสนามได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในเกมที่มีความกดดันสูง

การกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยของโค้ชอ๊อตในปี 2024 ก็มีเป้าหมายสำคัญคือการพาทีมไทยไปโอลิมปิก 2028 ซึ่งในที่สุดภารกิจดังกล่าวก็ประสบความสำเร็จ

เฝิง คุน — ประสบการณ์ระดับแชมป์โอลิมปิก เติมความแข็งแกร่งด้านเทคนิค

อีกหนึ่งกำลังสำคัญคือ “เฝิง คุน” อดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติจีน เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งเข้ามาทำงานร่วมกับทีมไทย

ประสบการณ์จากการเป็นหนึ่งในยอดตัวเซตของจีน ทำให้เฝิง คุนสามารถถ่ายทอดรายละเอียดเชิงเทคนิคให้กับนักกีฬา โดยเฉพาะตำแหน่งตัวเซต รวมถึงการอ่านเกมและการเล่นบล็อก

การมีบุคลากรที่ผ่านประสบการณ์ระดับสูงสุดของโลกเข้ามาช่วยเติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของทีมไทย

ชิน โยชิดะ — แขนขวาด้านข้อมูลและการวิเคราะห์เกม

ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่น “ชิน โยชิดะ” เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์โค้ช โดยทำหน้าที่ในด้านการวิเคราะห์เกมและข้อมูล ซึ่งเป็นศาสตร์สำคัญของวอลเลย์บอลยุคใหม่

ข้อมูลจากสถิติและการวิเคราะห์เกมช่วยให้ทีมงานสามารถมองเห็นรายละเอียดที่อาจไม่สามารถสังเกตได้จากการชมเกมเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่รูปแบบการโจมตีของคู่แข่ง ทิศทางการตี ไปจนถึงจุดที่ทีมไทยจำเป็นต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเกมรับและการอ่านเกมคู่แข่ง

ล่าสุด โยชิดะเปิดเผยหลังทีมไทยคว้าตั๋วโอลิมปิกว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากทุกคนในทีมงานที่เข้าใจบทบาทของตัวเองและทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งโค้ช นักวิเคราะห์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักกายภาพ แพทย์ ทีมจัดการ และบุคลากรเบื้องหลังอีกมากมาย

“ไทย-จีน-ญี่ปุ่น” จิ๊กซอว์ที่ลงตัว

เมื่อมองภาพรวมแล้ว จุดเด่นของทีมงานชุดนี้คือการไม่ได้ให้คนใดคนหนึ่งต้องรับผิดชอบทุกอย่าง แต่เป็นการนำความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันมาทำงานร่วมกัน

ไทยมีความเข้าใจนักกีฬาและบริบทของทีม
จีนเติมประสบการณ์และรายละเอียดด้านเทคนิคระดับสูง
ญี่ปุ่นเติมความละเอียดด้านข้อมูลและการวิเคราะห์เกม

สามองค์ประกอบถูกนำมาผสมผสานจนกลายเป็นทีมงานที่มีความหลากหลาย แต่มีเป้าหมายเดียวกัน

และผลลัพธ์ก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในสนาม เมื่อทีมสาวไทยสามารถฝ่าด่านญี่ปุ่นในรอบรองชนะเลิศ ก่อนกลับมาเอาชนะจีน 3-2 เซต ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 พร้อมตั๋วโอลิมปิก 2028 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์