MGR Online: วุฒิสภากัมพูชาออกแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศไทยใช้การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้กำลังรุกราน พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงให้เป็นการยอมรับอธิปไตยเหนือดินแดน
วุฒิสภากัมพูชา ซึ่งมีนายฮุนเซนเป็นประธานวุฒิสภา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 ส.ค. เพื่อตอบโต้คำแถลงของประธานวุฒิสภาไทย ที่มีขึ้นในช่วงที่กัมพูชาจัดการประชุมประธานสภาระหว่างประเทศครั้งที่ 2 ณ กรุงพนมเปญแถลงการณ์ระบุว่า ประเทศไทยใช้การปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์เพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้กำลังรุกราน และการยึดครองดินแดนกัมพูชา เป็น “สงครามสมัยใหม่”ที่ผสมผสานข้ออ้างด้านความมั่นคง ปฏิบัติการทางทหาร สงครามข้อมูล และความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์
แถลงการณ์ยังปฏิเสธคำกล่าวของฝ่ายไทยที่ระบุว่า ไทยโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหาร โดยอ้างว่า พื้นที่แหล่านี้เป็นพื้นที่ของพลเรือน และขอให้มีการพิสูจน์อย่างเป็นอิสระ
กัมพูชายังปฏิเสธคำกล่าวของฝ่ายไทยที่ว่า “กัมพูชาเป็นฝ่ายยิงก่อน” “ประเทศไทย ป้องกันตนเองโดยชอบธรรม” และ “กัมพูชาเล่นบทเหยื่อ” โดยระบุว่า ทั้งหมดเป็นข้ออ้างฝ่ายเดียวของไทย เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งบิดเบือนความจริง และทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด เพื่อปกปิดการรุกรานดินแดนของกัมพูชา
กัมพูชาไม่ยอมรับการตีความใด ๆ ของแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่จะเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงให้เป็นการยอมรับอธิปไตยเหนือดินแดน หรือการยอมรับสิทธิใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการประจำการหรือควบคุมทางทหารเหนือดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา รวมถึงในพื้นที่พิพาท หรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้สำรวจและกำหนดเขตแดนอย่างสมบูรณ์ ประเด็นเรื่องอธิปไตยและการกำหนดเขตแดนต้องได้รับการแก้ไขตามสนธิสัญญาและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ และกลไกการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่
แถลงการณ์ของวุฒิสภากัมพูชาอ้างว่า กัมพูชาไม่มีเจตนาที่จะเปลี่ยนข้อพิพาททวิภาคีให้เป็นประเด็นระหว่างประเทศเพื่อจุดประสงค์ทางการเมืองใดๆ หากประเทศไทยต้องการหลีกเลี่ยงความสนใจของประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์นี้อย่างแท้จริง วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดไม่ใช่การเรียกร้องให้กัมพูชานิ่งเงียบ แต่ควรแก้ไขสาเหตุและข้อเท็จจริงพื้นฐานในพื้นที่ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา คือถอนกำลังทหารออกจากดินแดนกัมพูชา และยุติกิจกรรมทั้งหมดที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในพื้นที่ และอนุญาตให้พลเรือนชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นกลับคืนสู่บ้านของตนได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี
กัมพูชาอ้างว่า การใช้กลไกในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติไม่ควรถูกมองว่าเป็นการเผชิญหน้า กัมพูชาใช่กฎหมายระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการบีบบังคับ ความไม่แน่นอน และการใช้อำนาจในทางที่ผิด
ในตอนท้ายของแถลงการณ์ ระบุว่า กัมพูชาเห็นด้วยว่าความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การยับยั้งชั่งใจ ความจริงใจ และความสุจริตใจ เป็นสิ่งจำเป็นต่อความสัมพันธ์ที่สงบสุขระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน แต่การสร้างความไว้วางใจต้องเป็นไปในลักษณะต่างตอบแทนและแสดงให้เห็นผ่านการกระทำที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด
กัมพูชาอ้างว่า การเรียกร้องให้มีการเจรจาจะไม่น่าเชื่อถือหากการกระทำในพื้นที่เพิ่มความตึงเครียดและบั่นทอนความไว้วางใจ
ดังนั้น การใช้กฎหมายระหว่างประเทศและการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืน.

