วันนี้ (4 ก.ย. 2569) นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาในคดีผู้บริโภคฟ้องร้องแบบกลุ่ม กรณีโฆษณาเกินจริงของกระทะโคเรีย คิง (Korea King) ซึ่งเป็นคำพิพากษากลับ กรณีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) ที่เคยตัดสินยกฟ้องเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2566 โดยศาลอุทธรณ์ตัดสินให้จำเลยที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้บริโภค ที่ซื้อกระทะโคเรียคิง ภายในวันที่ 17 พ.ค. 2560 ได้แก่ รุ่นไดมอนด์ (Diamond Series) ได้รับค่าชดเชย รายละ 2,500 บาท และ รุ่นโกลด์ (Gold Series) ได้รับค่าชดเชย รายละ 2,000 บาท
.
ทั้งนี้ เหตุผลหลักที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ผู้บริโภคชนะคดี เนื่องจากจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจากการโฆษณาเกินจริง โดยพิจารณาผลตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จากหลายหน่วยงาน เช่น วิทยาศาสตร์บริการ, ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นต้น พบว่า กระทะรุ่นโกลด์ มีการเคลือบผิวจริงเพียง 5 ชั้น และ รุ่นไดมอนด์ เคลือบผิวจริง 6 ชั้น ไม่เป็นไปตามคำโฆษณาของจำเลยที่อ้างว่าเคลือบหนาถึง 8 ชั้น การโฆษณานี้ทำให้ผู้บริโภคหลงเชื่อและยอมซื้อในราคาสูงกว่ากระทะทั่วไป จึงถือเป็นฝ่ายผิดสัญญา
.
อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ได้ยกเหตุผลกรณีไม่ให้คืนเงินเต็มจำนวนให้โจทก์ เนื่องจากผลการทดสอบพบว่ากระทะโคเรียคิง รุ่นที่ถูกฟ้องร้องยังสามารถใช้งานประกอบอาหารได้ตามปกติ ไม่พบการปนเปื้อนของสารอันตราย และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ อีกทั้งโจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับจำเลยเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิม จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินคืนค่ากระทะเต็มจำนวน แต่ศาลพิจารณา เห็นว่าผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการจ่ายเงินซื้อสินค้าในราคาที่แพงกว่ากระทะทั่วไป โดยไม่ได้รับคุณสมบัติพิเศษตามที่โฆษณา ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายส่วนต่างให้ตามความเหมาะสม
.
ส่วนข้อเรียกร้องอื่น ๆ ของโจทก์ที่ศาลยกฟ้อง ได้แก่ ค่าเสียหายต่อร่างกาย อนามัย และจิตใจ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะชี้ว่า การใช้กระทะส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจของผู้บริโภค ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ศาลยกฟ้อง เนื่องจาก ถือว่าไม่ใช่ค่าเสียหายโดยตรงอันเกิดจากการผิดสัญญา ส่วนค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ (Punitive Damages) ศาลยกฟ้อง เช่นกัน เนื่องจากพฤติการณ์ยังไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือจงใจก่อความเสียหาย
.
นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ ยังมีคำพิพากษาให้จำเลยต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัด ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น นับจากวันฟ้องตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2560 จนถึงวันที่ 10 เม.ย. 2564 จากนั้นปรับลดเหลือร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นไปตามการแก้ไขกฎหมายใหม่เรื่องดอกเบี้ยผิดนัด อีกทั้งจำเลยยังต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้ง 5 ราย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท และเงินรางวัลทนายความสำหรับคดีกลุ่ม รวม 40,000 บาท
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับกระทะโคเรีย คิง มีผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในประเทศไทย คือ บริษัท วิซาร์ด โซลูชั่น จำกัด โดยมีนักจัดรายการวิทยุและนักแสดง วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา เป็นพรีเซ็นเตอร์ และทุ่มงบโฆษณาทางโทรทัศน์จำนวนมหาศาล เคยติดอันดับแบรนด์ที่ใช้งบประมาณในการซื้อสื่อโฆษณาสูงสุดในรอบปี 2559 โดยกลยุทธ์การขายจะใช้วิธีตั้งราคาสูงเอาไว้ก่อน ประมาณ 15,000-20,000 บาท แต่ถ้าโทรศัพท์เข้ามาภายใน 5 นาที จะได้รับส่วนลดพิเศษ เหลือเพียงใบละ 3,000 กว่าบาท พร้อมกับโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 และยังมีของแถมอีกต่างหาก เป็นที่ฮือฮาแก่ผู้บริโภคในเวลานั้น
.
อย่างไรก็ตาม กระทะโคเรีย คิง ถูกชาวเน็ตแฉว่า ที่ประเทศสิงคโปร์ขายอยู่ใบละไม่ถึง 600 บาท แต่ต่อมาบริษัทฯ อ้างว่าเป็นรุ่นประหยัด ที่ประเทศไทยขายรุ่นพรีเมียม กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรียกตรวจสอบ ทั้งประเด็นการตั้งราคาสูงถึงใบละ 15,000 บาท คุณภาพของสินค้าที่ระบุในการโฆษณา ที่ระบุว่ามีการเคลือบ 8 ชั้น และกรณีไม่ต้องใช้น้ำมัน และการลดแลกแจกแถม เช่น กรณีซื้อ 1 ใบแถม 1 ใบหรือแถมตะหลิว เพื่อพิจารณาว่าการโฆษณาดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจผิดในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญของสินค้าหรือไม่
.
คดีกระทะโคเรีย คิง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายนำเรื่องฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2560 เพื่อเรียกค่าเสียหาย กว่า 1,650 ล้านบาท ให้กับกลุ่มผู้บริโภคทุกคนที่ซื้อกระทะ ต่อมาวันที่ 19 ต.ค. 2563 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตรับคดีกระทะโคเรียคิงเป็นคดีกลุ่ม เฉพาะรุ่นไดมอนด์ ซีรีส์ (Diamond Series) และรุ่นโกลด์ ซีรีส์ (Gold Series) ที่ซื้อภายใน 17 พ.ค. 2560 พร้อมแนะผู้เสียหายเก็บหลักฐานการสั่งซื้อไว้ดำเนินคดีต่อไปในขั้นตอนต่อไป
.
กระทั่งศาลชั้นต้น (ศาลแพ่ง) พิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าไม่พบสารอันตรายต่อร่างกาย มีการแสดงราคาและจัดส่งสินค้าจริง ไม่เข้าข่ายกระทำผิดหรือละเมิดสิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาล และชนะคดีดังกล่าว
......
Sondhi X

