xs
xsm
sm
md
lg

อภิปรายงบปี 70 สามวันรวด ฝ่ายค้านลับมีดรอสับ 'งบกลาง' 'นายกฯ' พร้อมรับทุกสถานการณ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สภาเดือด 3 วันรวด ศึกอภิปรายงบปี 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน ฝ่ายค้านลับมีดจ้องสับงบกลางที่พุ่งเกือบ 7 แสนล้านบาท ฟากนายกฯ ประกาศพร้อมรับทุกสถานการณ์ ชี้แจงทุกประเด็น

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7-9 กันยายนนี้ ถูกจับตาเป็นพิเศษ เมื่อสภาฯ เตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระ 2-3 ท่ามกลางสัญญาณจากฝ่ายค้านที่อาจใช้เวทีพิจารณางบประมาณเป็นสนามทดสอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะประเด็นร้อนทั้งปมฮั้ว สว. TH-AI Passport และการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือ ย้ำ ส.ส.ต้องทำหน้าที่ตอบข้อซักถามและผลักดันร่างงบประมาณให้ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ มีจำนวน 41 มาตรา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว และมีการปรับลดวงเงินจากที่ผ่านการพิจารณาในวาระแรกลง 11,162 ล้านบาท ก่อนนำไปจัดสรรใหม่ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือการจัดสรรงบกลาง หลังจากงบประมาณที่ถูกตัดลดส่วนหนึ่งถูกนำไปเพิ่มในรายการงบกลางจำนวน 6,044 ล้านบาท ส่งผลให้งบกลางปี 2570 เพิ่มจากเดิม 693,880 ล้านบาท เป็น 699,924.956 ล้านบาท โดยเงินดังกล่าวจะอยู่ในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น รองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย ทั้งการป้องกันหรือแก้ไขเหตุการณ์ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง ตลอดจนภารกิจเร่งด่วนของรัฐที่ไม่สามารถปรับแผนจากงบประจำของส่วนราชการได้

สำหรับกระทรวงที่ถูกตัดลดงบประมาณมากที่สุด 5 อันดับแรก พบว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกปรับลดมากที่สุด โดยเหลืองบประมาณ 14,375.82 ล้านบาท จากเดิม 17,505.388 ล้านบาท ลดลงประมาณ 3,129.5 ล้านบาท โดยส่วนสำคัญมาจากงบของกรมควบคุมมลพิษจำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งเสนอไว้สำหรับชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีคลองด่าน แต่คณะกรรมาธิการมีมติตัดงบรายการดังกล่าวออกทั้งหมด

รองลงมาคือกระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณ 90,728.228 ล้านบาท จากเดิม 91,957.183 ล้านบาท ลดลงประมาณ 1,228 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้รับ 226,929.856 ล้านบาท จากเดิม 227,842.668 ล้านบาท ลดลงประมาณ 912.8 ล้านบาท ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับ 166,014.612 ล้านบาท จากเดิม 166,641.606 ล้านบาท ลดลงประมาณ 626.9 ล้านบาท และกระทรวงคมนาคมมีการปรับลดลงประมาณ 626.2 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ความสนใจของส.ส.ที่เตรียมอภิปรายนั้นอยู่ที่มาตรา 6 งบกลาง ซึ่งมีทั้งกรรมาธิการและ ส.ส. เข้าชื่อขออภิปรายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรายการค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท สำหรับรายการดังกล่าว มีทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมอภิปรายเพื่อขอตัดงบ โดยให้เหตุผลว่ารายการดังกล่าวอาจมีความซ้ำซ้อนกับวงเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนด้านพลังงานอยู่แล้ว จึงต้องการให้รัฐบาลชี้แจงความจำเป็นและความคุ้มค่าของการตั้งงบประมาณในส่วนนี้

ส่วนความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลนั้น เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เป็นประธานการประชุม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในวาระ 2 และ 3 โดยเฉพาะการรับมือหากฝ่ายค้านใช้เวทีอภิปรายงบประมาณเป็นการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายอนุทินกำชับในภาพรวมว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อให้การพิจารณาร่างกฎหมายผ่านทุกวาระไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมระบุว่าไม่จำเป็นต้องกำชับเป็นพิเศษ เพราะการเข้าประชุมถือเป็นหน้าที่ของ ส.ส. อยู่แล้ว

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านเตรียมนำประเด็นนอกเหนือจากรายละเอียดงบประมาณมาอภิปราย นายอนุทินระบุว่า เรื่องงบประมาณเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการทุกกระทรวงและทุกหน่วยงาน ดังนั้น ส.ส. ทุกคนย่อมมีสิทธิซักถามและแสดงความคิดเห็น ขณะที่คณะกรรมาธิการก็มีหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดต่อสภาฯ

ส่วนหากฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นอย่างการฮั้ว สว. มาอภิปราย นายอนุทินระบุว่าไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องใดขึ้นมา แต่หากเป็นเรื่องที่สามารถตอบได้ก็ต้องพร้อมตอบ พร้อมย้ำว่า การพิจารณางบประมาณเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการและ ส.ส. ไม่ใช่คณะรัฐมนตรี