xs
xsm
sm
md
lg

ไฟป่าอินโดฯ ลามหนัก ควันข้ามแดนถึงเบตง กลุ่มเสี่ยงเลี่ยงกลางแจ้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียลามหนัก ควันพิษข้ามแดนปกคลุมถึงเบตงแล้ว แม้ค่าฝุ่นยังไม่สูงจากอิทธิพลของฝน แต่ยังคงเตือนกลุ่มเปราะบาง เด็กและผู้สูงอายุ ให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพอย่างใกล้ชิด

ไฟป่าในอินโดนีเซียยังลุกลามต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศแห้งแล้งและอิทธิพลของเอลนีโญ ส่งผลให้หมอกควันและมลพิษทางอากาศแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่และพัดข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และภาคใต้ของไทย ขณะที่มาเลเซียยกระดับมาตรการรับมือด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งปิดโรงเรียนหลายร้อยแห่ง ด้านอำเภอเบตง จ.ยะลา เริ่มพบหมอกควันปกคลุม แม้ค่า PM2.5 ยังอยู่ในระดับต่ำจากอิทธิพลของฝน พร้อมเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 สถานการณ์ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียยังคงน่าเป็นห่วง หลังเกิดไฟป่าต่อเนื่องหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะบริเวณเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา ส่งผลให้เกิดหมอกควันและมลพิษทางอากาศเป็นวงกว้าง โดยกระแสลมได้พัดพาควันข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ทำให้คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่แย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาระบบทางเดินหายใจ ขณะที่บางพื้นที่ของอินโดนีเซียต้องสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราว

สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB รายงานว่า ไฟป่าทวีความรุนแรงจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่ยืดเยื้อ ประกอบกับอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ควันไฟหนาแน่นและลอยปกคลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง ก่อนพัดข้ามแดนเข้าสู่มาเลเซีย บรูไน และภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดนมาเลเซีย เริ่มสังเกตเห็นหมอกควันปกคลุมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณแนวเทือกเขาสันกาลาคีรีที่ล้อมรอบเขตเมือง ส่งผลให้ท้องฟ้ามีลักษณะขมุกขมัว ประชาชนในพื้นที่เริ่มตระหนักถึงสถานการณ์และหันมาสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เฉลี่ยประมาณ 10–15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยสภาพอากาศในพื้นที่ยังมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ตามข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งช่วยชะล้างฝุ่นละอองในอากาศได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์หมอกควันจากอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง เนื่องจากอาจทำให้หมอกควันสะสมและมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและดวงตา

ขณะที่ทางการมาเลเซียได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในเขตเซเรียน ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อรับมือสถานการณ์และคุ้มครองประชาชน ส่วนรัฐซาราวักได้สั่งปิดโรงเรียน 647 แห่ง ใน 12 เขตการศึกษา ระหว่างวันที่ 7–11 ก.ย. เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของนักเรียน โดยให้เปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์หรือเรียนจากที่บ้านแทน

จากสถานการณ์ดังกล่าว พื้นที่อำเภอเบตงซึ่งติดกับชายแดนมาเลเซียจึงอาจได้รับผลกระทบเป็นพิเศษในช่วงที่ไม่มีฝนตก ซึ่งอาจทำให้หมอกควันมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น และส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและดวงตา

ดังนั้น หลายหน่วยงานในพื้นที่จึงแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคประจำตัวทางเดินหายใจ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงนี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดการกระทำที่ก่อให้เกิดฝุ่นเพิ่มขึ้น เช่น การเผาพืชผลหรือเผาขยะในที่โล่งแจ้ง เพื่อช่วยรักษาคุณภาพอากาศในพื้นที่ร่วมกัน