xs
xsm
sm
md
lg

10 กันยา ทวงแผ่นดินคืน ก่อนคนไทยจะกลายเป็น ขี้ข้าในบ้านเกิด?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



10 กันยา 'สนธิ ลิ้มทองกุล' นำทัพทวงคืนแผ่นดิน เปิดหน้าชนทุนเทาต่างชาติที่รุกรานอธิปไตยไทย พร้อมลากไส้ความล้มเหลวของรัฐบาลที่ปล่อยให้คนไทยกลายเป็นขี้ข้าในบ้านเกิด

พื้นที่ข่าวและการเมืองไทยกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เมื่อแคมเปญ เอาประเทศไทยของเราคืนมา ภายใต้การนำของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกประกาศเปิดหน้าชกอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสในโลกออนไลน์ที่มีทั้งแรงหนุนมหาศาลจากแนวร่วมที่อึดอัดกับระบบ และเสียงถล่มด้อยค่าจากฝ่ายตรงข้ามที่พยายามตราหน้าว่าเป็นเพียง ม็อบน้ำหมาก หรือม็อบคนแก่ล้าสมัย

ทว่าคำตอบที่หลุดออกมาจากปากของ สนธิ ลิ้มทองกุล ในวัย 79 ปี กลับดุดัน กระแทกหน้าทุกคำสบประมาทอย่างสิ้นเชิง เมื่อแกประกาศสัจจะวาจาชัดเจนว่า “ถ้าผมต้องตายระหว่างการเรียกร้องเอาประเทศไทยกลับคืนมา... ผมยอมตาย ผมไม่กลัว และต่อให้เหลือคนเดียวผมก็จะสู้” พร้อมทั้งยื่นคำขาดดักทางพวกรัฐบาลไว้เสร็จสรรพว่า การเคลื่อนไหวรอบนี้ ไม่ใช่การล้มรัฐบาล และไม่มีการปักหลักค้างแรมยืดเยื้อ แต่วันนี้ประชาชนไม่มีสีเสื้ออีกต่อไป มีเพียงสีของธงชาติไทยที่จะออกมารวมพลังลากไส้ความฉิบหายเชิงโครงสร้างที่กัดกินหัวใจคนไทยอยู่ตอนนี้

ชนวนเหตุสำคัญปมแรกที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นความโกรธแค้นของสังคม กำลังจะระเบิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน เวลา 09.30 น. โดยมวลชนจะรวมตัวปักหมุดกันที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย นี่คือเป้าหมายหลักที่ทรงพลังที่สุดและคนในสังคมกำลังให้ความสนใจและตื่นตัวกันอย่างล้นหลาม เพราะมันคือการเปิดหน้าชนกับขบวนการ ยิวเทาและกลุ่มทุนต่างชาติสีเทาข้ามชาติ ที่เข้ามาฉีกกฎหมายและรุกรานอธิปไตยทางเศรษฐกิจของไทยอย่างไม่เกรงกลัวใคร

หัวใจหลักของการยื่นหนังสือปราศรัยในวันนั้น คือการกางหลักฐานตีแผ่พฤติกรรมการใช้นอมินีคนไทยขายชาติบังหน้า เพื่อกว้านซื้อที่ดินทำกิน แย่งอาชีพ และกลืนกินธุรกิจท่องเที่ยวในแหล่งทำเงินหลัก ทั้งเกาะสมุย เกาะพะงัน และภูเก็ต ดั่งเช่นกรณีอื้อฉาวของเครือข่ายบริษัทต่างชาติและปมสุสานเถื่อน กาน ชาบาด ที่สร้างขึ้นอย่างท้าทายอำนาจรัฐ สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่เจ็บปวดลึก ๆ ที่คนไทยในพื้นที่โดนรังแกและไร้ที่พึ่งมานาน จนเกิดคำถามแทงใจคนฟังว่า อีกไม่นานคนไทยจะต้องกลายเป็นเพียงผู้อาศัยที่โดนมาเฟียต่างชาติชี้หน้าในแผ่นดินเกิดตัวเองใช่หรือไม่

แต่ต้นตอที่แท้จริงของมาเฟียต่างชาติที่กล้ากร่างเหนือกฎหมาย ย่อมหนีไม่พ้นความล้มเหลวของกลไกบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้ รัฐบาลของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล โดยตรง ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน แต่อภิสิทธิ์ชนและกลุ่มทุนในรัฐบาลกลับอิ่มหมีพีมัน ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายอย่างน่ารังเกียจ และที่เจ็บแสบที่สุดคือนายกรัฐมนตรีกลับเลือกที่จะตอบโต้ผ่านสื่อแบบนิ่งเฉยกระตุกยิ้มว่า ประเทศไม่ได้หายจะมาทวงคืนจากใคร

ซึ่งคำพูดนี้ ถูกสนธิ ลิ้มทองกุล สวนหมัดกลับทันทีด้วยสัจจะวาจาที่บาดลึกและกระชากหน้ากากผู้มีอำนาจอย่างเดือดดาลที่สุดว่า อย่ามาอ้างว่าประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ เพราะในความเป็นจริง วันนี้มีแต่ประชาชนของพวกคุณเท่านั้นที่เป็นเจ้าของประเทศไทย พร้อมทั้งยื่นคำขาดท้าทายนายกฯ อนุทิน ให้มาเปิดกล้องไลฟ์สดดีเบตชนกันวันต่อวันเพื่อพิสูจน์ความสัตย์จริง การเคลื่อนไหวในวันที่ 10 กันยายนนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายว่า หากรัฐบาลยังคงตีหน้าซื่อและปล่อยเกียร์ว่าง ประชาชนก็พร้อมจะยกระดับการตรวจสอบขั้นสูงสุดทันที

ตลอดระยะเวลา 21 ปีบนเส้นทางมวลชน สนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านคุก ผ่านตาราง และกระสุนปืนมานับร้อยนัด ชายวัยใกล้ฝั่งคนนี้ย้ำชัดว่าแกไม่มีอะไรต้องเสีย และยินดีที่จะตายในสนามนี้เพื่อความถูกต้องของบ้านเมือง

วันนี้ไม่ได้มาขอให้คุณรักหรือเห็นด้วยกับตัวบุคคล แต่กำลังชวนคนไทยทุกคนมองข้ามอคติส่วนตัว แล้วหันมาดูความพังพินาศรอบตัวเรา ถ้าปัญหาทุนเทาแย่งอาชีพ และความล้มเหลวของรัฐคือสิ่งที่คุณคิดว่าพังเกินทน 10 กันยายนนี้ มาร่วมกันติดตามข้อเท็จจริง และเอาประเทศไทยของเราคืนมา