xs
xsm
sm
md
lg

นักการเมืองฝ่ายค้านถูกจับตัวขึ้นศาลข้อหาปลุกปั่น-ดูหมิ่น หลังโพสต์วิจารณ์ “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” ปมชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เคือน วิรัธ หัวหน้าพรรคพลังแห่งชาติ (NPP) ประจำจ.เปรยเวง.
MGR Online - นักการเมืองฝ่ายค้านกัมพูชารายหนึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลเทศบาลกรุงพนมเปญจากข้อหาใช้โซเชียลมีเดียปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย และดูหมิ่นผู้นำระดับสูงของรัฐบาล จากการกล่าวหาว่าผู้นำเหล่านี้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย และล้มเหลวที่จะปกป้องดินแดนของประเทศ

เคือน วิรัธ อายุ 35 ปี หัวหน้าพรรคพลังแห่งชาติ (Nation Power Party) ประจำจ.เปรยเวง ถูกตั้ง 2 ข้อหา ที่ประกอบด้วยการปลุกปั่นให้กระทำความผิด และการดูหมิ่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 494, 495 และ 502

เคือน วิรัธ มีภูมิลำเนาอยู่ที่เขตเปรกปโน กรุงพนมเปญ เขาถูกจับกุมตัวโดยตำรวจฝ่ายความมั่นคงภายในของเทศบาลกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 7 เมษายน และถูกคุมตัวอยู่ที่เรือนจำจังหวัดตะโบงคมุมตั้งแต่นั้นมา

ในการพิจารณาคดี ผู้พิพากษาได้อ่านข้อกล่าวหาที่ระบุว่านายเคือน วิรัธ ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ลงบนเฟซบุ๊กหลายครั้ง เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งชายแดน

ข้อมูลจากศาลระบุว่า จำเลยได้กล่าวหาว่าผู้นำทั้งสองต้องรับผิดชอบต่อการปะทะด้วยอาวุธระหว่างกองกำลังกัมพูชาและไทย รวมถึงสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการรุกล้ำดินแดนกัมพูชา ที่ดินของชาวบ้าน และปราสาทโบราณโดยฝ่ายไทย

นอกจากนี้ เขายังกล่าวหาว่าผู้นำทั้งสองล้มเหลวในการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน และไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องชายแดน รวมถึงชีวิตของทหารให้มากพอ และกล่าวหาว่าผู้นำทั้งสองมุ่งเน้นแต่การรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเองเท่านั้น

ศาลปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเรื่องเท็จและกุขึ้นเอง พร้อมเสริมว่าโพสต์เหล่านั้นอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

เคือน วิรัธ ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันความบริสุทธิ์ของตน เขายอมรับว่าได้เขียนเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดน แต่ยืนยันว่าโพสต์เหล่านั้นเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและการแสดงความคิดเห็นในฐานะนักการเมืองฝ่ายค้าน

ด้านทนายความของเคือน วิรัธ กล่าวแก้ต่างว่าโพสต์ดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองที่ได้รับความคุ้มครอง

“คดีของลูกความผมเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่การกระทำที่เข้าข่ายการปลุกปั่น” ทนายความระบุ

ทั้งนี้ ศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 9 ตุลาคม.