xs
xsm
sm
md
lg

“ศุภจี” แจง "สนธิ" ติงเปิดทางต่างชาติเกินไป ชี้แข่งขันเข้มต้องมีกฏคุ้มครองผลประโยชน์-ควบคู่ภาคธุรกิจมีประสิทธิภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รมว.พณ.แจงปม“สนธิ”พาดพิงพณ.เปิดทางต่างชาติเกินไประบุสถานการณ์แข่งขันลงทุนเข้มข้นไทยต้องมีกฎระเบียบคุ้มครองผลประโยชน์ประเทศควบคู่ให้ภาคธุรกิจดำเนินงานได้มีประสิทธิภาพปรับกติกา8ธุรกิจต่างด้าวเพิ่มความคล่องตัวการลงทุนในไทย


ทำเนียบวันนี้(11ก.ย.)นางศุภจีสุธรรมพันธุ์รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์กล่าวถึงกรณีนายสนธิลิ้มทองกุลอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกล่าวหากระทรวงพาณิชย์เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามามากเกินไปเหมือนเป็นการขายอธิปไตยทางเศรษฐกิจว่าท่ามกลางการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนที่เข้มข้นขึ้นประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎระเบียบที่คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศควบคู่กับการเอื้อให้ภาคธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกระทรวงพาณิชย์จึงทบทวนกติกาการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวใน8ธุรกิจบริการเฉพาะทางรวมถึงบทบาทด้านการอนุญาตของกระทรวงในส่วนที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานกำกับเฉพาะเพื่อเพิ่มความคล่องตัวของระบบภาครัฐและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนที่มีคุณภาพทั้งนี้ธุรกิจดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

นางศุภจีกล่าวว่าหลักการสำคัญของการปรับกติกาครั้งนี้คือการลดขั้นตอนการขออนุญาตในกิจการที่มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้วรวมถึงกิจการที่ให้บริการเฉพาะภายในกลุ่มบริษัทหรือมีขอบเขตการให้บริการอย่างชัดเจนแม้จะเป็นการลดบทบาทด้านการอนุญาตของกระทรวงพาณิชย์ในบางส่วนแต่ไม่ได้ยกเลิกมาตรฐานเงื่อนไขหรือกลไกการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องซึ่งการปรับกติกาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานโดยจำกัดบทบาทด้านการอนุญาตของกระทรวงพาณิชย์ในกิจการที่มีกฎหมายและหน่วยงานเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้วและให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และความเชี่ยวชาญโดยตรงเป็นผู้กำกับตามกฎหมายซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและเสริมขีดความสามารถของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพ

นางศุภจีกล่าวอีกว่าการปรับกติกาดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐไม่ต้องพิจารณาเรื่องเดียวกันซ้ำหลายครั้งและสามารถจัดสรรทรัพยากรไปตรวจสอบกิจการที่มีความเสี่ยงได้อย่างตรงจุดมากขึ้นขณะที่ภาคธุรกิจมีต้นทุนด้านเวลาและกระบวนการลดลงช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มดำเนินการได้รวดเร็วขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากต่างประเทศอันจะนำไปสู่การจ้างงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทาน

นางศุภจีกล่าวว่าการปรับกติกาใน8ธุรกิจบริการเฉพาะทางเป็นการลดขั้นตอนเฉพาะกิจการที่มีกฎหมายและหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้วไม่ใช่การผ่อนคลายการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในภาพรวมในทางกลับกันกระทรวงพาณิชย์ยังดำเนินมาตรการอีกด้านหนึ่งควบคู่กันคือการเพิ่มความเข้มงวดต่อกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเข้ามาประกอบธุรกิจและแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยอย่างไม่เป็นธรรมโดยตั้งแต่วันที่1สิงหาคม2569กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เพิ่มการตรวจสอบกิจการที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนามโดยผู้ขอจดทะเบียนที่เข้าข่ายลักษณะเสี่ยงต้องแสดงหลักฐานและชี้แจงที่มาของเงินลงทุนก่อนรับจดทะเบียนผลในเดือนสิงหาคม2569พบว่ามีบริษัทกลุ่มเสี่ยงยื่นจดทะเบียน163รายลดลงจาก894รายในช่วงเดียวกันของปีก่อนหรือร้อยละ81.77สะท้อนผลจากการยกระดับการคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง

“การกล้าปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎกระทรวงแต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดของภาครัฐจากการวัดความเข้มแข็งด้วยจำนวนขั้นตอนและอำนาจการอนุญาตไปสู่การกำกับดูแลที่โปร่งใสรวดเร็วตรงจุดและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยในระยะยาว”นางศุภจีกล่าว