xs
xsm
sm
md
lg

'แดง-ส้ม' ขุดอดีตตีกันเอง 'ภูมิธรรม' เตือนให้เลิกก้าวก่าย 'วิโรจน์' สวนเพื่อไทยไร้หลักการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศึกแดงส้มปะทะเดือด "ภูมิธรรม" ซัด "วิโรจน์" หยุดก้าวก่าย ขุดอดีตโต้กันวุ่น ด้าน "วิโรจน์" สวนกลับแรง ถามหาหลักการเดิมของเพื่อไทย

ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนกลับมาเป็นประเด็นทางการเมืองอีกครั้ง ภายหลังนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยร่วมกันจัดการกับสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรักษาการนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้ด้วยการย้อนถึงการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคประชาชนในอดีต

ทั้งนี้ ในรายละเอียดของการตอบโต้กันอย่างดุเดือดนั้น นายภูมิธรรม โพสต์ข้อความอธิบายว่า พรรคการเมืองใดทำอะไรไว้ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง อย่าใช้ลีลาทางการเมืองที่แสดงตัวเป็นคนดี เป็นคนคิดดี แล้วชี้ความผิดมาที่พรรคเพื่อไทยว่า ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เท่ากับเพื่อไทยนั้นผิดมหันต์ โดยกลบเกลื่อนความผิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหา ซึ่งพรรคตัวเองได้ทำไว้

นายภูมิธรรม ย้ำว่า เราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้ว และเราได้ชวนคุณเข้าร่วมทำงานการเมืองกับเรา แต่คุณไม่ร่วมมือโดยมีข้อกล่าวหาประกอบการตัดสินใจว่า เราเชื่อถือไม่ได้ เพราะเคยตระบัตสัตย์ ผมยังเคยถามกลับว่า ถ้าเราเชื่อถือไม่ได้ แล้วพรรคที่คุณเลือกน่าเชื่อถือกว่าเราตรงไหน หยุดเถิดครับ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คนทุกคน พรรคทุกพรรค ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ ใครต้องการเลือกทำหน้าที่ทางการเมืองอย่างไร คนนั้น พรรคนั้น ต้องเลือกตัดสินใจ และทำหน้าที่ของตนอย่างรับผิดชอบไม่ต้องมายุ่งก้าวก่ายการตัดสินใจภายในของคนอื่น พรรคอื่น พรรคเพื่อไทยเราเคารพในเสียงของประชาชนที่เลือกมา และเรื่องนี้ประชาชน คนไทย เป็นผู้พิจารณาและตัดสินค

ด้าน นายวิโรจน์ โพสต์ข้อความตอบโต้ว่า ตามที่นายภูมิธรรมทักท้วงมา พรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น จะถูกหรือผิด ประชาชนย่อมมีสิทธิวิจารณ์ และตัดสินเราเต็มที่ ตนเองไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบนั้น แต่ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี กับหน้าที่ในการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต และการบังคับใช้กฎหมายนั้น เป็นคนละเรื่องกัน การทุจริตต่อให้ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยังเป็นเรื่องทุจริตไม่เปลี่ยนแปลง

นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า ถ้าพรรคประชาชนตัดสินใจผิด พรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งทุกวันนี้พวกเราก็พยายามที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงอย่างไร เราก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะการทุจริต จะอย่างไรมันก็เป็นการทุจริต อำนาจใดๆ ก็ไม่สามารถฟอกขาว เปลี่ยนผิดให้เป็นถูกได้

ขณะเดียวกัน หากพรรคเพื่อไทยยังคงเห็นว่าทั้งเรื่องเขากระโดงและฮั้ว ส.ว.นั้นเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมืองนี้สำคัญ เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องหายไปอาจสร้างความเสียหายต่อประเทศ ตามเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยได้เคยอธิบายกับสังคมเอาไว้ เมื่อพรรคเพื่อไทยเคยบอกกับประชาชนเองว่า สองเรื่องนี้ร้ายแรง และต้องจัดการให้จบ วันนี้พรรคเพื่อไทยก็คงต้องเป็นผู้ตอบประชาชนเองว่า หลักการนั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่