เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – แอร์สาวการบินไทยวัย 26 ปีอื้อฉาว มีนา คอนโด่ะ(Meena Kondo) ขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นนัดแรกวันจันทร์(14 ก.ย)คดีลักลอบขนยาเสพติดเฮโรอีนเข้าออสเตรเลียมูลค่า 500,000 ดอลลาร์ออสซี ไม่ให้ประกันตัวพร้อมโดนสั่งขังต่อเตรียมขึ้นศาลนัดต่อไปในตุลาคม ระหว่างมีรายงานขอศาลเลื่อนคดีออกไปเพื่อต้องการใช้เวลาเพื่อหารือช่องทางยุติคดี
NEWS .AU ของออสเตรเลียรายงานวันนี้(14 ก.ย)ว่า นางฟ้าการบินไทยที่โดนจับระหว่างเดินทางเข้าออสเตรเลีย มีนา คอนโด่ะ (Meena Kondo) อายุ 26 ปี โดนตั้งข้อหายาเสพติดหลังตรวจพบของกลางเฮโรอีนซุกในกระเป๋าผ้าของที่ระลึกลายช้างมูลค่า 500,000 ดอลลาร์ที่ซุกไว้ในกระเป๋าเดินทางเข้าประเทศ
ทั้งนี้ที่สนามบินเมลเบิร์น เจ้าหน้าที่ค้นพบพบเฮโรอีนน้ำหนักรวมกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนในซับในถุงผ้าลายช้าง 12 ใบ มูลค่าราคาราว 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
และกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกจากการที่ผู้ต้องหาเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินประจำประเทศของไทยที่โดนจับกลางสนามบินเมลเบิร์นมาตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ยก่อนหน้า
สื่อแดนจิงโจ้ชี้ว่า มีนาปรากฏตัวต่อหน้าศาลแขวงเมลเบิร์นเช้าวันนี้(14) จากการที่ทั้งอัยการออสเตรเลียและทีมทนายของแอร์สาว มีนา ร้องขอผู้พิพากษาศาลแขวง เคียแรน กิลลิแกน (Kieran Gilligan) สำหรับการเลื่อนพิจารณาคดีออกไป
ตามรายงานกล่าวว่า ศาลได้รับฟังว่า ทุกฝ่ายได้เริ่มต้นเจรจาเพื่อหาข้อยุติคดี และต้องการใช้เวลาเพื่อทำให้เกิดขึ้น
กิลลิแกนชี้ว่า เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนับสนุนในขณะที่เขาสั่งขังจำเลย แอร์มีนาต่อ โดยสั่งให้เธอกลับมาขึ้นศาลในนัดต่อไปในวันที่ 12 ต.ค ที่กำลังจะถึง
โดยมาถึงเวลานี้ แอร์มีนายังไม่ได้รับการประกันตัวออกมาจากเรือนจำท่ามกลางความสนใจจากทั้งไทยและต่างประเทศ
อ้างอิงจากสื่อไทยรายงานว่าวันจันทร์(14)ว่า น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และดำรงตำแหน่งโฆษก ป.ป.ส. แถลงว่า
จากที่วันนี้ศาลแขวงเมลเบิร์น ได้มีการนัดยื่นเอกสารและตรวจพยานหลักฐาน ดังนั้นจึงยังไม่ได้มีการไต่สวนเกิดขึ้นในวันนี้ และศาลฯ จะได้นัดหมายอีกครั้ง
พร้อมเปิดเผยว่า แอร์มีนายังไม่ได้รับการประกันตัวออกมา โดยชี้ว่าอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้แอร์สาวการบินไทยอยู่ระหว่างการฝากขังที่เรือนจำหญิงแดม ฟิลลิส โฟรสต์( Dam Phyllis Frost Correctional Centre) รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย
NEWS.AU รายงานว่า แอร์มีนาถูกฟ้องคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดจำนวนมหาศาลและครอบครองยาเสพติดจำนวนมาก โดยคดีทั้งสองมีบทลงโทษจำคุกสูงสุดนาน 25 ปีในเรือนจำหากโดนตัดสินว่ามีความผิดจริง
ซึ่งในเวลาที่เกิดเหตุ ผู้บัญชาการกองกำลังพรมแดนออสเตรเลีย(ABF) คลินต์ ซิมส์(Clint Sims) ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางออสเตรเลียรู้ระแคะระคายก่อนหน้าว่า ขบวนการยาเสพติดมีเป้าหมายไปที่ลูกเรือบินในความพยายามเพื่อลักลอบขนยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าประเทศ

