วันนี้(14 ก.ย.)น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน” เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีน้ำมันรั่วบริเวณถนนพระราม 3 ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุในช่วงเย็นที่ผ่านมา เบื้องต้นยังไม่พบว่าน้ำมันรั่วไหลออกมาจากท่อขนส่งน้ำมันโดยตรง แต่พบโพรงใต้ดินที่มีน้ำมันซึมออกมาเป็นระยะ
สำหรับการดำเนินการในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำปนน้ำมันออกจากพื้นที่ พร้อมนำกระสอบทรายเข้าไปบล็อกบริเวณโพรงใต้ดิน ส่งผลให้การปนเปื้อนของน้ำมันลดลง
อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็น น.ส.ฐิติภัสร์ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครและทีมช่างของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยได้ทดลองนำกระสอบทรายที่ใช้บล็อกโพรงออก ก่อนใช้ท่อขนาดประมาณ 2 เมตรทะลวงลงไปในบริเวณโพรงใต้ดินที่พบการซึมของน้ำมัน
โดยผลการตรวจสอบพบว่า โพรงใต้ดินมีความลึกลงไปมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนต้องนำไม้ไผ่มาต่อเพื่อใช้ตรวจสอบเพิ่มเติม และสามารถทะลวงลงไปได้ลึกกว่า 5 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเร่งตรวจสอบโครงสร้างและเส้นทางของโพรงดังกล่าว เพื่อค้นหาต้นทางของน้ำมันที่ซึมออกมา
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานขอความช่วยเหลือจากบริษัท ซัสเทนเอเบิล โซลูชั่น จำกัด เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือเข้ามาตรวจสอบ โดยในวันพรุ่งนี้จะนำอุปกรณ์ เช่น กล้องสำหรับส่องตรวจสอบภายในโพรง เข้าไปสำรวจโครงสร้างใต้ดิน เพื่อหาสาเหตุและต้นตอว่า น้ำมันที่รั่วซึมออกมานั้นมาจากแหล่งใด
“เราพยายามหาต้นตอและสาเหตุของน้ำมันรั่วให้ได้ เพราะหากทราบสาเหตุจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และหากเจ้าหน้าที่พบต้นตอหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง” น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงเร่งตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการปนเปื้อนและค้นหาต้นตอของน้ำมันรั่วโดยเร็วที่สุด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก

